วันอาทิตย์ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2551

คาวสวาท กามโลกีย์ 8

แม้ลักษณะทางภายนอกของชัยชนะที่คลุกคลีกับวงการเมืองมาโชกโชนไม่น้อยจะยังคง ดูเหมือนเยือกเย็นอยู่ แต่ไม่มีใครล่วงรู้ความเร่าร้อนที่เผาผลาญอยู่ภายในใจของชายหนุ่มในเวลานี้
บุตรชายคนโตของชูชาติเดินทางมายังผับที่ตนเองนัดพบกับน้องชาย แต่ไหนเลยจะมีวี่แววของเชี่ยวชาญกับปาริฉัตรในสถานที่นั้น
ด้วยความกระวนกระวายใจหงุดหงิด ชัยชนะพยายามโทรติดต่อเข้าไปยังโทรศัพท์มือถือของน้องชาย แต่ปรากฏว่าเชี่ยวชาญปิดมือถือตัวเองไม่รับสายใดๆ จากใครทั้งสิ้น ยิ่งสร้างความเดือดพล่านในใจของชัยชนะให้ปะทุขึ้นเป็นเท่าทวีคูณ
เขาบึ่งรถจากผับที่นัดไปยังร้านบูติกของคุณอ้อย เพราะรู้ดีว่าเชี่ยวชาญคงพาปาริฉัตรมาสถานที่นี้
คุณอ้อยเจ้าของร้านบอกกับชัยชนะว่าเชี่ยวชาญพาปาริฉัตรกลับไปแล้วตั้งแต่ตอนหัวค่ำ
ยิ่งเจ้าของร้านผู้คล่องแคล่ว กล่าวเชิงโอ้อวดกรายๆ ว่า
"น้องเอสวยเหลือเกินค่ะ นี่ถ้าคุณชัยเห็นแล้วคงปลื้มไม่น้อยกว่าคุณเชี่ยวแน่ค่ะ ขานั้นอ้าปากตาค้างไปเลย เวลาที่อ้อยแต่งตัวให้น้องเอเสร็จ..."
คุณอ้อยว่าแล้วก็หัวเราะคิกๆ ด้วยรู้มาเป็นนัยๆ ว่าสองพี่น้องคู่นี้แบ่งปันผู้หญิงกันมาเสมอๆ หารู้ไม่ว่าคำพูดของหล่อนกระตุ้นความหงุดหงิดในใจของชัยชนะให้ลุกโชนขึ้นจน อยากจะตบปากที่กำลังจ้อยๆ อยู่เต็มกำลัง!!!
น้องชายของเขาหายไปกับปาริฉัตร แค่เพียงคิดชัยชนะก็แทบจะเดาได้รางๆ ว่าเชี่ยวชาญคิดอะไรอยู่
"นายเชี่ยว...."
ชัยชนะคำรามในใจ ก่อนจะผลุนผลันบึ่งรถออกไปจากสถานที่นั้นราวกับพายุ
ชายหนุ่มหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดต่อไปหาน้องชายอีกครั้ง หวังลมๆ แล้งๆ ว่าเชี่ยวชาญจะเปิดรับ
แต่ทว่า...แน่นอนไม่มีสัญญาณตอบ ชัยชนะผรุสวาทออกมาเสียงดังลั่นรถ เขวี้ยงมือถือลงไปบนพื้นด้านข้างคนขับอย่างหัวเสีย
ใบหน้าของชายหนุ่มถมึงทึง ดวงตาวาวโรจน์
ไม่เคย...ไม่เคยที่เขาจะบันดาลโทสะถึงคราวนี้มาก่อนเลย..........

............................................

ค่ำคืนนี้ ท้องฟ้าที่อ่าวมะนาวโปร่งใส จนแลเห็นดวงดาวพร่าพรายระยิบระยับ
ณ ห้องรับแขก สถานที่อันรโหฐานในบ้านพักสุดหรูส่วนตัวของเชี่ยวชาญ
โทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่ล่าสุดของเชี่ยวชาญที่ปิดสัญญาณอยู่ถูกเหวี่ยงทิ้ง เอาไว้บนโซฟายาวตัวหนึ่ง ข้างๆ มีเสื้อยืดและกางเกงขายาวของชายหนุ่มตกกองอยู่
ถัดไปเล็กน้อยชุดสูทสีขาวสะอาดหล่นอยู่ใกล้ๆ พร้อมกับรองเท้าส้นสูงสีขาว...
เสียงหอบหายใจ เสียงครางครวญอย่างเสียวกระสันดังแทรกมาจากห้องด้านใน ซึ่งเป็นห้องนอนของเจ้าของบ้านหนุ่ม
ร่างทมึนราวกับยักษ์ปักหลั่นของเดชาที่นั่งอยู่ในห้องรับแขกอดที่จะขยับ ส่ายอย่างอึดอัดไม่ได้ เมื่อเสียงที่แทรกผ่านประตูไม้สักออกมานั้นปั่นป่วนความรู้สึกในใจของชาย ฉกรรจ์ร่างกำยำจนท่อนเนื้อที่เป้ากางเกงปูดโปนออกมา
ผู้หญิงคนนี้สวยเกินไปจริงๆ........

.......................

บนเตียงนอนอันหนานุ่ม เชี่ยวชาญที่นอนแผ่อยู่บนเตียง ควยตุงผ่านกางเกงในผ้ายืดที่หลงเหลืออยู่เพียงตัวเดียวบนร่างกายของเขา
ถึงแม้ในห้องลองเสื้อนั้น เขาถูกปาริฉัตรใช้นิ้วอันเรียวงาม และช่องปากอันอบอุ่นชุ่มชื้นรีดน้ำกามออกไปรอบหนึ่งแล้ว
แต่ในตอนนี้ลำควยอวบของเขาแข็งราวกับลำทวน พร้อมพรักที่ออกทำงานอย่างเต็มกำลังอีกรอบ
ชายหนุ่มเบิ่งตามองแทบปะทุ จับจ้องไปที่เรือนร่างของปาริฉัตรยืนอยู่ปลายเตียง
ชุดสูทสีขาวของหญิงสาวถูกถอดทิ้งไว้ที่ห้องรับแขก จนเหลือเพียงเสื้อไหมเนื้อมันเลื่อมเกาะอกอันอวบอิ่ม เน้นเนินอกที่ขาวสล้างนวลเนียนเป็นประกายล้อแสงไฟ
เจ้าของเรือนร่างที่สวรรค์บรรจงสร้างมา กำลังเอนศีรษะน้อยๆ ประกายตาพราวพรายล่อหลอก ขณะที่สองมือสอดขึ้นไปตามเรือนผมที่นุ่มสลวย สะบัดไปมาช้าๆ ลำแขนขาวผ่องที่ยกขึ้นอวดผิวกายใต้วงแขนที่ขาวสล้างเกลี้ยงเกลา ขยับส่ายด้วยท่วงท่าที่แทบจะกระชากวิญญาณของเชี่ยวชาญที่นอนหอบหายใจอยู่บน เตียงออกมา
"คุณเอที่รัก..."
เชี่ยวชาญครางออกมาเสียงกระเส่า เอื้อมมือออกไปเป็นสัญญาณเชิญชวนให้ปาริฉัตรเข้ามาหา
ปาริฉัตรหรี่ตาเล็กน้อย พร้อมกับขมิบริมฝีปากบางงามนั้นเบาๆ สองมืออันเรียวงามของตนเองทาทาบไปตรงฐานอกอันอวบอิ่ม ค่อยๆ เลื่อนลงไปตามหน้าท้องอันแบนราบ เอวอันคอดกิ่ว สะโพกที่ผายละลานตา...
เชี่ยวชาญหายใจกระชั้นหอบถี่ ดิ้นรนขยับกาย ใช้มือถอดกางเกงในผ้ายืดเหวี่ยงออกไป ลำควยอวบหนากระเด้งขึ้นตั้งตรงรับการลำทวน ปลายหัวถอกแผ่กว้างออกมาชูร่อนนั้นชุ่มชื้นไปด้วยน้ำเงี่ยนที่ปริดออกมา อย่างควบคุมตัวเองไม่อยู่
ปาริฉัตรแย้มเยื้อนริมฝีปากบางงามอย่างยวนยั่ว สองนิ้วเริ่มเกี่ยวไปที่กระดุมกางเกงขายาว ปลดออกไปพลางรูดซิปออกจนสุด ก่อนที่สะโผกผายละลานตานั้นจะบิดส่ายไหวน้อยๆ พร้อมกับช่วงขาเพรียวยาวขาวราวกับแท่งหยกค่อยๆ เผยตัวออกมาตามการครูดกางเกงขายาวนั้นลงไปเรื่อยๆ

ลำควยที่โผ่ผงาดของเชี่ยวชาญนั้นกระตุกเด้งไปมาด้วยเสียวกระสันสุดขีด ชายหนุ่มขบกรามแน่น พยายามสุดชีวิตที่จะไม่น้ำแตกออกมา ร่างสั่นกระตุกวาบๆ อยู่บนเตียง
ปาริฉัตรค่อยๆ เยื้องกรายจากกองกางเกงขายาวที่หล่นอยู่ตรงพื้น เข้ามาจากทางปลายเตียงอย่างช้าๆ เรือนร่างงามราวกับสวรรค์บรรจงสร้างมานั้นคลานขึ้นบิดไหวทาทาบขึ้นมาตามลำ ตัวของเชี่ยวชาญ ผิวกายอุ่นละเอียดที่บดเบียดลงมานั้น ทำให้เชี่ยวชาญส่งเสียงร้องกระเส่าครางไม่หยุด อ้าปากหอบหายใจหนักๆ ขณะที่สองมือเอื้อมตวัดไปเฟ้นฟอนสัมผัสความนวลเนียนนั้นอย่างละลานใจ
"อา....อาาาาา....อาาาาาา...อาาาาาาาาาาาาา"
เสียงครางของชายหนุ่มดังผ่านออกมาจากลำคอเป็นจังหวะ เมื่อปลายหัวถอกของตนเองรับรู้ถึงเนินนูนที่มีกางเกงในแนบเนื้อปกปิดอยู่บด เบียดเข้ามาอย่างจงใจ เชี่ยวชาญเสียวกระสันจนถึงขีดสุด ทนไม่ได้อีกต่อไปร่างผมเกร็งสั่นกระตุกวาบๆ น้ำเมือกขาวขุ่นพุ่งทะลักทะลายออกมาเป็นลำยาว
เชี่ยวชาญขบกรามกรอด สำหรับหนุ่มเจนสังเวียนกามอย่างเขา การหลั่งน้ำออกมาในตอนนี้มันทำให้เขารู้สึกเสียหน้าไม่น้อย
ไม่เคยมีสตรีคนไหนทำให้เขารู้สึกคลั่งไคล้จนต้องหลั่งในลักษณะนี้มาก่อนเลย ไม่มีแม้แต่คนเดียว..............
ปาริฉัตรที่ทาทาบตัวของชายหนุ่ม บรรจงประกบริมฝีปากบางงามจิ้มลิ้มลงไปบนริมฝีปากของเชี่ยวชาญ ซึ่งอ้าออกรับอย่างดูดดื่ม สองลิ้นของหนุ่มสาวสอดกระหวัดพันรัดกันเป็นจังหวะ
"อือมมมมมมมมม...อืมมมมมมมม"
เสียงของสองหนุ่มสาวส่งครางประสานกันอย่างเสียวซ่านรัญจวนใจ ปาริฉัตรบิดกายไหวส่าย บดเบียดทรวงอกอวบอิ่มชูชันของตนเองไปกับแผงอกของอีกฝ่าย กระตุ้นเร้าให้เชี่ยวชาญขนลุกชัน อาวุธประจำกายที่ถูกรีดน้ำกามออกไปหมาดๆ เริ่มผงกแข็งขึ้นอีกอย่างรวดเร็ว
ยามนั้นสองมือของชายหนุ่มตระหวัดไปแผ่นหลังของหญิงสาว สองมือรูดซิปเสื้อไหมเนื้อมันเลื่อมที่ปาริฉัตรสวมใส่อยู่ออกจนสุด ก่อนที่หญิงสาวจะผละจากการแลกเปลี่ยนรสจูบอันดูดดื่มนั้นขึ้นไปนั่งคร่อมบน ตักของเชี่ยวชาญ จ้องมองลงมายังชายหนุ่มพร้อมกับบิดส่ายลำตัวน้อยๆ ขณะที่เอื้อมมือปลดเสื้อเกาะอกตัวนั้นออกไปช้าๆ
เชี่ยวชาญเบิ่งตามองเรือนร่างสุดงามตรงหน้าซึ่งในยามนั้นมีเพียงชุดชั้นในสี ขาวตัวนุ่มสองชิ้นปกปิดอยู่เท่านั้น มืออันสั่นเทาของเขาคลำเปะปะไปตามลำขานุ่มเพรียวที่นั่งทับตักตนเองอยู่บีบ คลึงอย่างละลานใจ
ปาริฉัตรที่นั่งคร่อมตักเชี่ยวชาญอยู่ หรี่ตาปรือจ้องไปยังเชี่ยวชาญพร้อมกับยกสองแขนสอดมือไปตามเรือนผมนุ่มสลวย สะบัดไปมาช้าๆ ประกอบเป็นท่วงท่าที่เชี่ยวชาญแทบกระอักด้วยความเสน่หา
"ที่รักของเชี่ยว...เชี่ยวจะคลั่งใจตายอยู่แล้ว"
เชี่ยวชาญครางออกมาอย่างทนไม่ได้อีกต่อไป ร่างผงะขึ้นรั้งเรือนร่างงดงามนั้นให้ทาทาบลงมา ซึ่งปาริฉัตรก็ไม่ได้ขัดขืน บิดส่ายผิวกายอันอุ่นละเอียดไปบนลำตัวของอีกฝ่าย เร้าอารมณ์ของเชี่ยวชาญจะปะทุขึ้นราวกับภูเขาไฟระเบิด
ชายหนุ่มบดขยี้จูบไปตามวงหน้าอันงดงามนั้น ปาก แก้ม คิ้ว คาง ซอกคออันขาวผ่องหอมกรุ่น เสพสมตักตวงดูดดื่มความหอมหวานจากเรือนร่างของปาริฉัตรอย่างเมามัน สองมือกำกระชากไปที่ตะขอบราเซียร์ด้านหลังกระตุกออกดังปึก ก่อนจะดึงยกทรงแนบเนื้อนั้นเหวี่ยงออกไป
ปาริฉัตรกลั้นใจฝืนความรู้สึกเจ็บปวดจากสองมือของเชี่ยวชาญที่ตะปบขยำขยี้ไป บนทรวงอกของตนเองอย่างรุนแรงป่าเถื่อนด้วยอารมณ์ที่ปะทุขึ้นอย่างเต็มที่
เชี่ยวชาญครางกระเส่าอย่างเมามัน ร่างผอมเกร็งของเขาตวัดพลิกกลับ กดเรือนร่างงดงามสุดยอดนั้นลงไปบนเตียงก่อนจะขึ้นคร่อมก้มลงใช้ริมฝีปากดูด ดื่มไปตรงปลายถันงอนงามนั้นอย่างเมามัน ส่งเสียงครางกระเส่าไม่หยุด

"อืมมมมม....อาาาาา.....อาาาาาา"
เสียงร้องของเชี่ยวชาญกับปาริฉัตรดังประสานขึ้นมาตามจังหวะการกระทำของ เชี่ยวชาญ สองเพรียวขางามนั้นแหวกออกตวัดรัดไปที่สะโพกของชายหนุ่ม ขณะมือของเชี่ยวชาญกำแน่นไปที่ขอบกางเกงในตัวน้อยนั้นกระชากทีเดียวขาดผึง ติดมือของเขาออกมา
หัวถอกบานที่ร่อนอยู่นั้น ก็สอดส่ายหัวถูไถไปบนเนินนูนที่มีขนดำละเอียดนุ่มปกคลุมทันที
ปาริฉัตรหลับตาพริ้มๆ ส่งเสียงครางออกมาอย่างสุดเสียว เมื่อหัวถอกบานนั้นจับเป้าหมายได้อย่างว่องไวจัดเจน บดเบียดดุนผ่านร่องเสียวที่ตอนนั้นเอ่อชุ่มไปด้วยน้ำรักของเธอเข้ามาอย่าง รวดเร็ว
เชี่ยวชาญขบกรามแน่น เกร็งท้อง ส่ายสะโพก บดควยอวบของตนเองทะลวงแทรกลงไปในร่องหลืบที่สุดฟินั้นอย่างดุดัน หัวถอกที่บานออกเต็มที่ครูดไปกับโพรงสวาทที่นุ่มนิ่มตอดรัดแนบแน่น สร้างความเสียวกระสันให้พลุ่งพล่านขึ้นราวกับน้ำบ่าทำนบทลาย แต่เนื่องเพราะคืนนี้เขาน้ำแตกไปสองหนแล้ว ทำให้อาวุธอันแข็งราวกับลำทวนนั้นสอดทะลวงเข้าออกอย่างรุนแรงเป็นจังหวะได้ อย่างต่อเนื่องโดยที่ไม่ถึงที่ไปซะก่อน
แขนแข็งแรงของเชี่ยวชาญแบะท่อนขาอ่อนขาวงามเป็นลำนั้นถ่างออกจนสุด แหงนหน้าสูดปากลั่น กระเด้าอาวุธยาวใหญ่ทะลวงเข้าออกอย่างรวดเร็วถี่ยิบ พั่บ พั่บ พั่บ เสียงดังติดต่อกัน
พลังควยที่รุนแรงต่อเนื่องราวกับสายน้ำป่าที่ทะลวงต่อเนื่องนั้นสร้างความ เสียวซ่านรัญจวนใจให้เกิดแก่ปาริฉัตรจนเสียวสะท้านไปถึงทรวง ร่างอ่อนงานนั้นสั่นกระตุกไหววาบๆ
"อาาาา......อาาาาาาาาาาาา"
พลังที่ราวกับกระทิงเปลี่ยวของเชี่ยวชาญนั้น ทำให้หญิงสาวส่งเสียงครางครวญออกมาราวกับจะขาดใจ ใบหน้างามซึ้งนั้นแหงนน้อยๆ หลับตาพริ้ม คลื่นผมดำสลวยนั้นยาวสยายคลี่กระจายอยู่บนหมอนใบใหญ่ เหงื่อเม็ดเล็กๆ ผุดพรายขึ้นทั่วเรือนร่างงามนั้นจนมันปลาบเป็นประกายล้อแสงไฟ
เชี่ยวชาญที่กระเด้าเย็ดไปอย่างรวดเร็วรุนแรงนั้น จ้องมองลงไปด้วยใบหน้าเต็มเปี่ยมไปด้วยความหฤหรรษ์ สูดปากลั่น ครางกระเส่าเร่งเครื่องอัดไม่มีออมแรง โน้มตัวลงไปดูดดื่มหัวนมงอนงานสีชมพูเรื่อที่กำลังสะบัดเต้นระริกยั่วยวนสาย ตาของเขาอย่างดูดดื่มอเร็ดอร่อย
"อืมมมม....อืมมมมมมมม...อาาาาาาาาา.......อาาาาาาาาาา"
เสียงครางครวญของสองหนุ่มสาวดังประสานแข่งกันดังขึ้นเรื่อยๆ ตามความเสียวซ่านกระสันที่ไต่ระดับดีกรีความร้อนแรงขึ้นอย่างรวดเร็ว สองร่างที่เกี่ยวกระหวัดกันผสานการราวจะรวมเป็นหนึ่งเดียวนั้นบิดไหว ส่ายซ่านกระตุกกึกๆ
ความเร่าร้อนรัญจวนนั้นมิเพียงแค่จะตลบอบอวลฟุ้งครอบคลุมไปทั่วในบริเวณห้อง นอนรโหฐานของเชี่ยวชาญเท่านั้น แต่กลิ่นไอแห่งเพลิงฤษณากลกามอันยั่วยวนกระตุ้นเพลิงราคะนี้ยังแผ่ซ่านออกไป ภายนอก กระทบกับโสตประสาทของเดชาบอดี้การ์ดร่างยักษ์ที่นั่งอยู่ภายในห้องติดๆ กันอีกด้วย
ชายฉกรรจ์ร่างยักษ์นั่งบิดไหวอย่างสุดกระสัน มโนภาพของเรือนกาย ใบหน้าของหญิงสาวในชุดขาวหิมะลอดเด่นขึ้นมาในห้วงคำนึง เสียงครางครวญที่แผ่พริ้วออกมาจากภายในห้อง ทำให้เขาอดใจไม่ไหวอีกต่อไป ต้องใช้มือรูดซิปกางเกงออก อาวุธขนาดใหญ่ของเขาดันทะลุเป้ากางเกงออกมาราวกับทวนยาว
เดชายกมือกำไปรอบลำควยของตัวเองแน่น สั่นกระตุกถี่ถี่ อย่างสุดเสียวกระสัน ชายฉกรรจ์ใบหน้าซีดขาว หอบหายใจถี่ถี่อย่างเหน็ดเหนื่อย ก่อนจะส่งเสียงร้องออกมา
"อาาาา...........อาาาาาาาาาาาา"
ร่างกำยำใหญ่โตนั้นบิดวาบๆ แอ่นหงายพิงไปกับพนักแบบสุดๆ มือขวาที่กำรอบลำควยยาวนั้นกระตุกถี่ยิบ ตามจังหวะเสียงครวญครางที่ดังกระชั้นถี่ขึ้นเรื่อยๆ จากภายในห้องนอนเชี่ยวชาญ
"อาาวววววว....อาาาาาาาาา....อืมมมมมมมมม..อาาาาาาาาาา"
เสียงครวญครางที่ดังลอดมานั้น สอดรับกับมโนภาพที่ตนเองก่อขึ้นในใจว่ากำลังอัดควยยักษ์ตะบันเข้าใส่เรือน ร่างงดงามราวกับสวรรค์บรรจงสร้างนั้น สร้างความกระสันให้เกิดแก่เดชาจนถึงขีดสุด
"อาาาววววว...."
บอดี้การ์ดร่างยักษ์ ร้องออกมาดังลั่น ก่อนที่มือของเขาจะส่งตัวเองขึ้นสู่จุดสุดยอด ปลายหัวถอกที่บานโร่กระฉูดน้ำกามกระเด็นออกไปไกล
ภายในห้องนั้น ในเวลาแทบจะพร้อมๆ กัน ปาริฉัตรแหงนหน้าห่อปากบางงามนั้นร้องครางเสียงลั่น เพรียวขาเกี่ยวกระหวัดรัดไปที่สะโพกของเชี่ยวชาญแน่น แอ่นโคกสาวที่นูนแน่นบดรับการโถมทะลวงของชายหนุ่มอย่างสุดรัญจวนใจ สองมือแผ่ทอดไปบนเตียงกำขยำไปบนผ้าปูที่นอนจนมือเกร็ง
"อาาาาาาา.......เอ...เอ....อาาาาาาาาาาาา"
หญิงสาวครางลั่น เรือนกายที่บอบบางนั้นกระตุกส่าย บิดไหว ส่ายระริก ถูกลำควยอวบของเชี่ยวชาญพาเข้าสู่ประตูแห่งสรวงสวรรค์อย่างสุดรัญจวนจิต
เชี่ยวชาญหัวเราะเสียงกระเส่า ความรู้สึกแห่งความเร่าร้อนฟุ้งตลบอบอวลในใจ หลังจากที่พาปาริฉัตรถึงจุดสุดยอด บดสะโพกกระแทกลำควยอวบลงไปรับกับอาการเด้งขึ้นรับของโคกสาวที่นูนแน่นนั้น ไม่หยุด ทั่วร่างผอมเกร็งของเขาเป็นมันปลาบไปด้วยเหงื่อ
อาการจู่โจมต่อเนื่องของลำควยอวบ รีดเร้นความเสียวซ่านให้พุ่งพล่านในกายของเธอไม่ให้สิ้นสุดง่ายๆ หญิงสาวที่นอนหงายอยู่บนเตียงใหญ่ ครางออกมาอย่างยาวนาน เมื่อควบอวบควงบดครูดร่องสวาทของเธอนั้นเร่งเครื่องเป็นการใหญ่ตามอารมณ์ที่ เริ่มฟุ้งตลบได้ที่ของเจ้าของหนุ่ม
"อูยยยยยยยยยยยยย........อาาาาาาาาาาาาาาว"
สองเสียงของหนุ่มดังแข่งประสานกันอีกอย่างยาวนาน เชี่ยวชาญกัดฟันกรอดรู้สึกเสียวแสบ แปล๊บ แปล๊บ ตรงหัวถอกที่กำลังกระเด้าถี่ยิบ ความเสียวกระสันที่ไต่ระดับถึงขีดสุดเป็นครั้งที่สามในรอบคืน ก็ส่งผลให้เขาแอ่นสะโพกครางอู้ ระเบิดน้ำเมือกขาวขุ่นพุ่งราดรดเข้าไปในโพรงสวาทของปาริฉัตรอย่างสุดๆ
"อาาาาาาาาาาาซซซซซซ......."
เชี่ยวชาญแหงนหน้าแผดเสียงร้องออกมาดังลั่น กระตุกเอว กระเด้าเค้นน้ำกามกระฉูดออกไปจากลำควยอย่างสุดมันส์ในอารมณ์ ก่อนที่จะทิ้งตัวลงไปกอดรัดร่างงามของหญิงสาวเอาไว้ ส่งเสียงกระเส่ากระซิบข้างใบหูเธอ
"สุดที่รักของเชี่ยว....คุณทำให้ผมมีความสุขเหลือเกิน..."
ปาริฉัตรที่นอนหงายแอ่นตัวรับการโถมกระแทกนั้น ตวัดรัดร่างผอมเกร็งนั้นแนบแน่น ปากกระซิบพึมพำ
"เอก็มีความสุขเช่นกันค่ะ...คุณเชี่ยว"
"โอ ยอดรักของเชี่ยว"
เชี่ยวชาญครางออกมาอย่างสุขสมระดมจูบไปตามวงหน้างามซึ้งนั้นเป็นการใหญ่
อย่างที่เชี่ยวชาญไม่ได้มีแก่ใจจะไปสนใจถึง ปาริฉัตรที่พริ้มตาหงายหน้าเสนอสนองอย่างไม่ขัดขืนนั้น ตรงปลายหางตามีหยาดน้ำใสไหลรินลงมาเป็นทาง....

ณ ห้องพักฟื้นในโรงพยาบาลที่พนมเข้าพักรักษาตัวอยู่
ชายหนุ่มที่สูญเสียความทรงจำไปเพราะความกระทบกระเทือนทางสมองกำลังนั่งครึ่ง นอนเอนๆ บนเตียง ด้านข้างเตียงนั้นนั่งไว้ด้วยคุณสายใจแม่บ้านพี่เลี้ยงของสองศรีพี่น้อง ปาริฉัตร กับปรีณา
ในเวลานั้นคุณสายใจนัยน์ตาแดงช้ำ กำลังใช้ผ้าเช็ดหน้าซับน้ำตาที่พาลจะไหลออกมาตลอดเวลา
พนมที่บนตักมีอัลบั้มรูปภาพปึกใหญ่ แสดงสีหน้าเห็นใจพยายามกล่าวปลอบเธอ แต่ก็ไม่ได้ช่วยให้อาการของแม่บ้านวัยกลางคนดีขึ้นมากนัก
เป็นเพราะว่าพนมนั้นในปัจจุบันนับว่าไม่มีญาติสนิทที่ไหนอีก เนื่องเพราะบิดามารดาของชายหนุ่มเสียชีวิตไปนานหลายปีแล้ว ญาติสนิทที่เหลืออยู่ก็มีเพียงน้าสาวที่แต่งงานไปกับชาวต่างชาติ ขณะนี้พำนักอยู่ที่อังกฤษ ทำให้คุณสายใจต้องคอยอยู่เป็นเพื่อนคอยดูแลให้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ตอนเย็นคุณสายใจแวะกลับไปบ้านของพนมเพื่อนำข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัวของชาย หนุ่มมาให้ อีกประการหนึ่งเธอต้องการไปรอพบคุณบีสุดสวาทขาดใจของเธอด้วย
แต่เมื่อเวลาผ่านไปเรื่อยๆ จนมืดค่ำแต่ก็ยังไม่มีวี่แววว่าปรีณาจะเดินทางกลับมา คุณสายใจก็กระวนกระวายใจจนอกแทบระเบิด เฝ้านึกไปต่างๆ นาๆ อย่างหวาดกลัวว่าคุณบีของเธอจะประสพอุบัติเหตุอะไรไปหรือเปล่า
เกือบสองทุ่ม เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเดินมาหาเธอพร้อมทั้งยื่นซองจดหมายให้ซองหนึ่ง
"ซองจดหมายนี้จ่าหน้าถึงคุณพนมครับ ไม่ใช่จดหมายที่ถูกส่งมาจากที่อื่น คงเป็นคนที่นี่เขียนทิ้งไว้ให้คุณพนมอ่าน พอดีมันหล่นปะปนไปกับข้าวของที่หล่นเกลื่อนกลาดพื้น ผมเลยไม่ทันสังเกตเห็นจนกระทั่งเมื่อสักครู่นี้เอง"
คุณสายใจรับจดหมายมาอย่างรีบร้อน และจำลายมือของคุณบีของเธอได้ดี ละล่ำละลักตอบ
"โอว์ ใช่แล้วค่ะ ลายมือของคุณบี..."
ความเร่าร้อนกระวนกระวายที่ลุกพล่านอยู่ในใจแทบทำให้คุณสายใจถือวิสาสะฉีก ซอกจดหมายนั้นออกอ่านแล้ว แต่เนื่องจากยังเป็นคนที่มีการศึกษาพอสมควรจึงยับยั้งชั่งใจเอาไว้ได้ จากนั้นเธอก็รีบออกจากบ้านตรงไปยังโรงพยาบาลโดยมีรถตำรวจที่มาส่งนั้นพากลับ ไป
เมื่อมาถึงโรงพยาบาลและตอนนั้นพนมตื่นจากการนอนหลับแล้ว คุณสายใจก็ยื่นจดหมายของปรีณาส่งให้ชายหนุ่มทันที
"คุณหนึ่งคะ...นี่จดหมายของคุณบีถึงคุณค่ะ...รีบเปิดอ่านเลยสิคะ...."
พนมรับจดหมายมาอย่างงงๆ ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่า "คุณบี" ที่อีกฝ่ายเอ่ยถึงนั้นคือใคร แต่ดูจากใบหน้าที่แสดงออกถึงความกระวนกระวายใจรุ่มร้อน ทำให้ชายหนุ่มรู้ว่าคงเป็นเรื่องใหญ่สำหรับคุณสายใจจริงๆ จึงไม่ได้ถามอะไรให้มากความนอกจากฉีกซองจดหมายนั้นออก
ในซองมีกระดาษสีขาวเขียนไว้ด้วยตัวอักษรเล็กกระทัดรัดเป็นระเบียบสวยงามว่า
"บีไปหัวหิน พี่หนึ่งไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ แล้วบีจะกลับมาพร้อมกับพี่เอ"
ตอนท้ายของกระดาษลงชื่อว่า บี
คุณสายใจที่อดใจไม่ไหวอีกต่อไป ทันทีที่พนมฉีกซองจดหมายออกอ่าน เธอก็ชะโงกหน้าเข้ามาอ่านด้วย
พออ่านข้อความนั้นแล้ว แม่บ้านวัยกลางก็ใจหายวาบ จมูกแดง นัยน์ตาแดง น้ำตาไหลริน ร่ำไห้ออกมาราวกับเด็กๆ ทันทีด้วยความแสนเป็นห่วงเป็นใยในตัวของคุณบีสุดที่รักของเธอ
"โธ่ คุณบีของสายใจ...ทำไม..ทำไม...ทำอย่างนี้... ฮือ...ฮือ"
ในกรณีของปาริฉัตรถึงแม้เธอจะเป็นห่วงเหมือนกัน แต่จะอย่างไรคุณเอของเธอก็เป็นผู้ใหญ่แล้ว ยังพอตัดใจได้ แต่คุณบีของเธอนั้นในความรู้สึกของคุณสายใจ อีกฝ่ายยังเสมือนเป็นเด็กเล็กๆ ที่ต้องคอยมีคนดูแลเอาใจใส่อยู่ตลอดเวลาเลย
พนมถึงแม้จะยังไม่ค่อยเข้าใจอะไรนัก แต่ก็พอจะล่วงรู้ถึงความเป็นห่วงเป็นใยที่คุณสายใจมีให้ต่อเด็กสาวชื่อบีคน นั้น จึงพยายามปลอบใจไปตามเรื่อง
"คุณสายใจอย่าเพิ่งวิตกกังวลให้เสียสุขภาพไปเลยครับ บางทีคุณบีคงไปสมทบกับพี่เอของเธอแล้วก็ได้..."
คุณสายใจเช็ดน้ำมูกน้ำตาไป พลางกล่าวเสียงเครือ
"โธ่ คุณเอหายไปไหนก็ไม่มีใครทราบ คุณบีเธอก็ไม่ทราบ นี่คงไปเที่ยวตระเวณหาแบบไม่มีจุดหมายปลายทาง...เด็กผู้หญิงตัวคนเดียวอย่าง นั้น...โอ๊ย..ดิฉันยิ่งคิดก็ยิ่งแทบจะบ้าตายอยู่แล้ว..."
พนมถอนหายใจเฮือกใหญ่ รู้ดีว่าคงไม่มีปัญญาจะปลอบใจอะไรได้มากไปกว่านี้อีก คงได้แต่รอให้อีกฝ่ายสงบจิตสงบใจเอง
ในเวลานั้นชายหนุ่มเปิดอัลบั้มรูปภาพที่คุณสายใจฟังคำแนะนำของหมอ นำมาจากบ้านพักของพนมเพื่อให้เขาได้มีโอกาสลองทำความคุ้นเคยกับเรื่องในอดีต เผื่อความทรงจำที่เลอะเลือนไปจะกลับคืนมาได้โดยไว
สายตาของพนมที่จ้องมองไปยังภาพของตนเองถ่ายเคียงคู่กับผู้หญิงสาวผู้มีวง หน้าอันสวยซึ้งในสถานที่ต่างๆ กัน ชายหนุ่มพลิกรูปถ่ายไปเรื่อยๆ พยายามลำดับความคิดที่สูญหายไปนั้นอย่างสุดความสามารถ แต่ทว่าไม่เกิดประโยชน์อันใดแม้แต่น้อย เธอผู้นี้สำหรับเขาเปรียบประหนึ่งคนแปลกหน้าโดยแท้จริง
แต่อย่างไรก็ตามดวงตางามชวนฝันคู่นั้นที่ราวกับมีชีวิตจิตใจจ้องมองตอบมาก่อให้เกิดความรู้สึกอบอุ่นสายหนึ่งก่อตัวภายในใจของชายหนุ่ม
พนมถอนหายใจยาว จ้องตอบไปยังหญิงสาวที่ยิ้มหวานสดใสอยู่ในรูปภาพ ครุ่นคำนึงในใจ
"ผมไม่รู้ว่าเนื่องจากสาเหตุอะไรที่ทำให้คุณต้องหนีไป แต่ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลอะไรก็ตาม นายพนม..คนนี้..ช่างโง่เง่าบัดซบจริงๆ ที่ก่อเรื่องราวนั้น..."
.....................................

ในขณะที่คุณสายใจกำลังน้ำหูน้ำตาไหล เร่าร้อนกระวนกระวายใจราวกับมีไฟกองใหญ่สุมอยู่กลางทรวง เด็กสาวแสนสวยผู้เป็นสาเหตุที่ทำให้พี่เลี้ยงเป็นทุกข์เป็นร้อนนั้นก็กำลัง มีความรู้สึกที่ไม่ได้แตกต่างกันเท่าใด
เพราะความรุ่มร้อน เป็นห่วงในตัวของพี่สาวอันเป็นที่รักนั้น ไม่ได้ด้อยกว่าที่คุณสายใจเป็นห่วงเธอแม้แต่น้อย
ยามที่เริงชัยใช้แววตาที่เครียดขึ้งจับจ้องมองมายังเธอนั้น ทำให้เด็กสาวแทบขวัญผวา ดีที่ในเวลานั้นเธอมีดาวเป็นที่พึ่ง ซึ่งเด็กสาวกร้านโลกีย์ขยับกายเคลื่อนมาบังตัวของปรีณาเอาไว้เป็นเชิงปกป้อง
"พวกเรามาขอร้องให้คุณอาเริงชัย ยอมปล่อยพี่เอกลับบ้านค่ะ"
ดาวพยายามบังคับเสียงไม่ให้สั่นเมื่อกล่าวกับชายผู้ซึ่งเป็น "ผู้เลี้ยงดู" เธอ
ดวงตาวาวโรจน์ของเริงชัยสาดประกายกร้าวขึ้นวูบวาบ คำพูดของดาวนั้นแสดงจุดยืนอย่างชัดเจนว่า "เด็ก" ของเขาคนนี้ประพฤติตัวเป็นกบฏกับตัวเขาเสียแล้ว
ถ้าเป็นผู้ชายคนอื่นอาจจะระเบิดออกมาด้วยความเกรี้ยวกราดแล้ว แต่สมองอันเต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมของเริงชัยนั้นขบคิดเงื่อนไขต่างๆ อย่างรวดเร็วฉับไว ผลได้ผลเสีย แนวทางที่จะตักตวงผลประโยชน์เข้าหาตัวเองให้มากที่สุดลอยเข้ามาในห้วงคำนึง เป็นฉากๆ
ในเวลานั้นปรีณาก็ปลุกปลอบกำลังใจ ย่อตัวพนมมือไหว้ขอร้องหนุ่มใหญ่จอมเจ้าเล่ห์อย่างอ่อนน้อมที่สุดเท่าที่เธอจะทำได้
"บี..บีขอร้องคุณลุงเริงชัยค่ะ...ปล่อยตัวพี่เอคืนให้กับพี่หนึ่งนะคะ.."
เด็กสาวแสนสวยวิงวอนเสียงเครือ ดวงตากลมโตสวยซึ้งยามนั้นคลอไปด้วยหยาดน้ำตาใสที่เป็นประกายราวกับเพชรน้ำเอก
หัวสมองที่ทำงานราวกับลูกคิดดีดรัวหาผลกำไรขาดทุนของเริงชัยยามนั้นพลันตระ หนักว่าปรีณานั้นไม่รู้ว่าตอนนี้พี่สาวของเธอไม่ได้อยู่ในความครอบครองของ เขาแล้ว
หนุ่มใหญ่จอมเจ้าเล่ห์กลอกตาวูบหนึ่งก็แปรเปลี่ยนสีหน้าอันถมึงทึงเย็นชา เป็นยิ้มแย้มราวกับผู้ใหญ่ใจดีเหมือนที่เขาแสดงออกกับเธอเมื่อก่อน
"หนูบีขอร้องอย่างนี้มีหรือที่ลุงจะให้ไม่ได้.."
ปรีณายิ้มออกมาทั้งน้ำตา พนมมือไหว้เริงชัยด้วยความรู้สึกขอบคุณมาจากก้นบึ้งแห่งจิตใจ กล่าวเสียงสะท้าน
"ขอบคุณค่ะ..บีจะไม่ลืมพระคุณนี้เลย..."
แต่ทว่าดาวที่ล่วงรู้นิสัยของเริงชัยเป็นอย่างดี ไม่มีความเชื่อแม้แต่น้อยนิดว่าหนุ่มใหญ่จอมเจ้าเล่ห์นั้นจะมีความจริงใจ ดั่งปากพูด เธอมีสีหน้าท่าทางเคร่งเครียด ดวงตาคมวาวจับจ้องไปยังใบหน้าของเริงชัยตาไม่กระพริบ
เริงชัยแย้มยิ้มออกมาด้วยความรู้สึกลิงโลดที่พล่านอยู่ในใจ เนื่องจากแผนการบางอย่างได้ก่อตัวขึ้นอย่างชัดเจนในสมองอันแสนจะเจ้าเล่ห์ ยอกย้อนนั้น
"ถ้าหนูบีต้องการพบหน้าพี่สาวก็ตามลุงไปนะ..."
ดาวที่คิดอยู่แล้วในใจ ขยับตัวเข้าขวางปรีณาเอาไว้ทันที ส่งเสียงดัง
"ดาวไม่เชื่อ...ถ้าคุณอาเริงชัยจริงใจต่อบี ก็พาพี่เอมาหาบีที่นี่สิ..."
เริงชัยปรายตาอันเกรี้ยวกราดของตนเองกวาดเข้าหาเด็กสาวที่เข้าเคยเลี้ยงดู เป็นเมียเก็บอันดับหนึ่งอย่างฉุนเฉียว ถ้าประกายตาของหนุ่มใหญ่นั้นเป็นมีดเล่มหนึ่ง ตอนนี้ดาวก็คงจะถูกบั่นเป็นร้อยเป็นพันท่อนไปแล้ว
แต่ทว่าหนุ่มใหญ่ผู้เจนสังเวียนกามยังคงรักษาลายจิ้งจอกเจ้าเล่ห์เอาไว้ได้ ยิ้มแย้มออกมากล่าวกับปรีณาอย่างใจเย็น
"ว่าไงจ๊ะหนูบี ถ้าหนูบีอยากเจอหน้าหนูเอพี่สาวของหนูมาก ก็คงไม่เกี่ยงที่จะไปกับลุงนะ.."
ดวงตากลมโตสวยซึ้งของปรีณานั้นมีประกายครุ่นคิดใคร่ครวญเพียงแว่บเดียว ด้วยความรักและเป็นห่วงใยในตัวของพี่สาวเหนือสิ่งอื่นใดทั้งหมด ทำให้เด็กสาวผงกศีรษะกล่าวกับเริงชัย
"ค่ะ..บีจะไปกับคุณลุงเริงชัย..."
ดาวใจหาย หันไปหาปรีณา ส่งเสียงร้องอย่างร้อนใจเหลือประมาณ
"บีจ๋า...ดาวว่า..."
"ไม่เป็นไรจ้ะ ดาว...บีเชื่อใจคุณลุงเริงชัย...ดาวไม่ต้องเป็นห่วงบีนะ บีดูแลตัวเองได้"
ปรีณาส่ายศีรษะ ชิงพูดขัดขึ้น วงหน้าอ่อนหวานน่ารักงดงามนั้นมีร่องรอยการตัดสินใจอย่างเด็ดเดี่ยว
ท่ามกลางความอึดอัดไม่ยินยอมพร้อมใจของดาว แต่เด็กสาวกร้านโลกีย์ที่รู้ทัน มองเห็นหางจิ้งจอกของเริงชัยทุกประการก็ไม่มีปัญญาจะหาทางใดๆ มาช่วยเปลี่ยนใจเพื่อนสาวอ่อนวัยกว่าเธอที่เธอยามนี้รักใคร่ไม่ต่างอะไรกับ เป็นน้องสาวคนหนึ่งของเธอเลย
เริงชัยยิ้มกริ่ม ไม่สนใจอาการฮึดฮัด ขัดข้องของอดีตเมียเด็กของเขาเลยแม้แต่นิดหน่อย ผายแขนเป็นการเชิญชวน ซึ่งปรีณารวบรวมกำลังใจกำลังขวัญสูดลมหายใจยาว ก้าวเดินนำออกไปอย่างตัดใจ
ดาวน้ำตาไหลออกมาอย่างแค้นใจ มองดูเริงชัยพาปรีณาเดินออกไปขึ้นรถ อย่างไม่มีปัญญาจะห้ามปรามอะไรได้
สิ่งหนึ่งสิ่งเดียวที่เด็กสาวที่สำนึกในความผิดบาปของตนเองจะกระทำได้ก็คือขับรถเก๋งคันงามของตัวเองตามติดรถของเริงชัยไปอย่างมุ่งมั่น
ดาวตกลงใจกับตัวเอง ไม่ว่าจะต้องขับรถฝ่านรกขุมไหน เธอก็จะไม่ยอมให้เริงชัยพาตัวของปรีณาคลาดสายตาไปจากตัวเธอเลย!!!

..........................

เสียงคำรามครืนครันดังกระหึ่มอยู่ในท้องฟ้าที่มืดมิด แสงสีขาวแลบแปรบปราบราวกับงูสายฟ้าที่เลื้อยพาดผ่านท้องฟ้า ก่อเป็นภาพที่ทั้งสวยและน่าสะพรึงกลัวอย่างบอกไม่ถูก
ท้องฟ้าในบริเวณท้องที่จังหวัดประจวบฯ อันเปิดโปร่งจนแลเห็นดวงดาวในเวลาไม่นานที่ผ่านมานี่เอง กลับถูกบดบังด้วยเมฆทะมึนที่ถูกลมมรสุมหอบพัดพาเข้ามาปกคลุมอย่างรวดเร็ว
หยาดฝนเม็ดเล็กเริ่มโปรยปรายลงมาจากท้องฟ้า ก่อนที่จะค่อยๆ หนาทึบขึ้นเรื่อยๆ จนส่งเสียงกลายเป็นเม็ดขนาดใหญ่ กระหน่ำแทงลงมาบนพื้นดินแบบไม่ลืมหูลืมตา
ถึงแม้ว่าพายุฝนจะตกอย่างบ้าคลั่งบวกกับความแรงของลมที่พัดกระพืออย่างหนัก แต่ก็ไม่ได้ทำให้ชายหนุ่มที่พล่านไปด้วยเพลิงโทสะลดความเร็วของรถคันหรูที่ ตนเองขับเลย
รถเบนซ์สปอร์ตรุ่นล่าสุดของชัยชนะทะยานฝ่าม่านฝนด้วยความเร็วสูง แซงผ่านรถคันแล้วคันเล่า ล้อรถทั้งสี่ด้านนั้นบดเบียดน้ำฝนที่เปียกถนนสาดกระจายออกดังฟู่ พู่ ทิ้งเป็นม่านละอองส่งท้ายเป็นทางยาว
หลังจากตะบึงรถราวกับคุ้มคลั่งมาได้พักใหญ่ ในที่สุดชัยชนะเพ่งดวงตาวาวโรจน์ผ่านกระจกที่ในตอนนั้นที่ปัดน้ำฝนกำลังทำ งานอย่างหนัก สายตาของเขาก็ไปปะทะกับป้ายบอกทางเบี่ยงลงสู่อ่าวมะนาวที่แสงไฟแรงสูงหน้ารถ ของเขาสาดส่องให้เห็นอย่างชัดเจน
ใช่..ทำไมเขาจะไม่รู้ว่าเชี่ยวชาญมีรังรักอยู่ตรงไหนบ้าง
ในเวลานั้น ใบหน้าของบุตรชายคนโตของชูชาตินั้นกร้านเกรียม แข็งกระด้างราวกับหินผา
ดวงตาคู่นั้นสาดประกายเหี้ยมเกรียมเป็นที่น่าหวาดหวั่นสะพรึงกลัวต่อผู้พบเห็นยิ่งนัก!!!

.........................................

ปาริฉัตรที่อาบน้ำเรียบร้อยผลัดเปลี่ยนมาเป็นชุดกระโปรงนอนตัวเบาสบายสีขาว บริสุทธิ์ยาวกรอมเท้ากำลังยืนพิงหน้าต่าง ดวงตาสวยซึ้งเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างที่สายฝนกำลังตกกระหน่ำราวกับฟ้ารั่ว ผมนุ่มสลวยดำขลับเป็นประกายนั้นยาวทิ้งลงมาถึงกึ่งกลางหลัง เรือนร่างบอบบางที่เอนพิงหน้าต่างอยู่อย่างนิ่งนานนั้น เปรียบประดุจผลงานของช่างประติมากรรมฝีมือเลิศ งามสลักเสลา ทั้งบริสุทธิ์สูงส่งจนทำให้คนที่มองเห็นรู้สึกราวกับพบพานกับเทพธิดาที่ จำแลงมาจากสรวงสวรรค์
เชี่ยวชาญที่ก้าวออกมาจากห้องน้ำสวมกางเกงนอนตัวเดียว ดวงตาที่เหม่อจ้องไปยังเงาหลังของปาริฉัตรนั้นเต็มไปด้วยความรักปรารถนา อย่างเปิดเผย
ชายหนุ่มเดินเข้ามาด้านข้างหลังกอดร่างงามของหญิงสาวเอาไว้หลวมๆ กดจมูกของตนเองลงไปบนบ่าลาดงามนั้น สูดดมความหอมหวานที่รวยรินมาจากปาริฉัตรอย่างหลงใหล
ยิ่งเวลาผ่านไป ชายหนุ่มเจ้าก็ยิ่งตระหนักกับตัวเองว่า เขานั้นทั้งรักทั้งหลงสตรีผู้นี้จนไถ่ถอนตัวไม่ขึ้นแล้ว
"ยืนใกล้ๆ หน้าต่างอย่างนี้ ระวังจะโดนไอฝนจนไม่สบายไปนะครับ"
เชี่ยวชาญกระซิบไปที่ข้างหู ด้วยความเป็นห่วง น้ำเสียงนั้นอ่อนหวานอย่างที่เขาไม่เคยกระทำกับใครมาก่อนเลยแม้แต่คนเดียว เป็นน้ำเสียงที่เจือไปด้วยความจริงใจจากก้นบึ้งแห่งความรู้สึกจนปาริฉัตรรับ รู้ได้
ดวงตางามซึ้งคู่นั้นอดสั่นระริก หล่อรื้นไปด้วยน้ำตาขึ้นมาไม่ได้
ลูกชายคนเล็กของชูชาติไม่ทันสังเกตอาการนั้น ใช้จมูกคลอเคลียไปตามหลังใบหูที่ขาวผ่อง ริมฝีปากจูบไปเบาๆ ตรงช่วงคองามระหงนั้น พึมพำเสียงแผ่ว
"คุณเอที่รัก..."
ปาริฉัตรกระพริบตาไล่น้ำตาที่เอ่อขึ้นมาให้ย้อนกลับไป ก่อนที่จะเอ่ยขานรับเบาๆ
"คะ..."
เชี่ยวชาญรั้งเรือนร่างบอบบางนั้นให้หันกลับมาเผชิญหน้ากับเขา ก่อนจะจ้องมองไปยังดวงตาคู่งามนั้นของหญิงสาว พร้อมกล่าวด้วยใบหน้าอันลึกซึ้ง
"ผมรักคุณมาก...คุณเอ...รักอย่างไม่เคยรักใครมาก่อนเลย"
ปาริฉัตรขบริมฝากบางของตัวเองแน่น พยายามระงับจิตใจที่พลุ่งพล่านปั่นป่วนขึ้นมาอย่างสุดความสามารถ เชี่ยวชาญยิ้มพลางกล่าวต่อ
"ผมจะบอกกับป๋าวันพรุ่งนี้แหล่ะ ผมจะแต่งงานกับคุณโดยเร็วที่สุด...รู้ไหม...คุณเอที่รัก...งานแต่งงานของเรา จะต้องยิ่งใหญ่ และหรูหราที่สุด จนทุกคนต้องอิจฉาเราสองคน..."
ปาริฉัตรเบิกตากว้าง กล่าวเสียงสะท้านมาจากความรู้สึกส่วนลึกที่สับสน
"คุณเชี่ยว....คุณยังไม่รู้จักเอดีพอเลยนะคะ.."
เชี่ยวชาญส่ายศีรษะ
"ผมไม่สนใจ...ผมรู้แต่ว่าผมรักคุณ...รักที่สุด...แค่นั้นก็พอแล้วสำหรับผม"
ปาริฉัตรถอนหายใจยาวด้วยความรู้สึกอันหนักอึ้งที่ทับถมจิตใจ ขณะที่เธอขยับริมฝีปากจิ้มลิ้มบางงามจะกล่าวอะไรสักอย่าง เสียงเคาะประตูก็ดังแทรกขึ้นก่อนเ
เชี่ยวชาญมีสีหน้าหงุดหงิดโดยพลัน กระชากเสียงตวาดถามกลับออกไป
"มีเรื่องอะไร?"
เสียงเดชาบอดี้การ์ดร่างยักษ์ดังแว่วมาจากนอกประตูอย่างนอบน้อม
"โทรศัพท์ของคุณชัยชนะครับ บอกว่า "ท่าน" ต้องการให้คุณเชี่ยวกลับไปหาด่วน..."
"ท่าน" ที่เดชาหมายถึงจะมีใครอื่นไปได้ ถ้าไม่ใช่ชูชาตินักการเมืองผู้เจนจัดบิดาของชายหนุ่มนั่นเอง ซึ่งเชี่ยวชาญมีสีหน้าบึ้งตึง บ่นอย่างหงุดหงิดไม่ชอบใจ
"ไม่รู้ป๋าจะเรียกหาอะไร มืดค่ำขนาดนี้แล้ว..."
ถึงแม้เขาอยากจะอยู่กับปาริฉัตรต่อไปในค่ำคืนนี้จนใจแทบขาด แต่โทรศัพท์เรียกตัวในลักษณะนี้เป็นการบ่งบอกอยู่ในทีว่าชูชาติไม่เปิดโอกาส ให้ผู้ถูกเรียกทำการปฏิเสธได้
ดังนั้นเชี่ยวชาญได้แต่ถอนหายใจยาว รั้งปาริฉัตรเข้ามาบดขยี้จูบประทับลงไปบนกลีบกุหลาบงามนั้นอย่างเนิ่นนาน อ้อยอิ่ง ก่อนจะผละออกมาอย่างตัดใจ
จากนั้นเชี่ยวชาญก็เดินไปเสื้อผ้า ก่อนจะเดินจูงแขนปาริฉัตรซึ่งหยิบชุดคลุมมาสวมทับชุดนอนตัวยาวของเธออีกชั้น หนึ่งออกมาจนถึงหน้าประตูบ้านพัก
"คุณเอคอยผมอยู่ที่นี่นะ ผมไปพบป๋าแล้วจะรีบกลับมา..ดีเหมือนกัน...ผมจะคุยเรื่องของเราให้ป๋าฟังด้วยเลย"
เชี่ยวชาญรั้งร่างงามเข้ามากอด พร้อมกับประทับจูบอย่างแสนรักไปตรงหน้าผากนูนสวยนั้นอย่างอ้อยอิ่งเนิ่นนาน ก่อนที่จะผละตัวออกมา หันหลังกลับ
ขณะที่ชายหนุ่มกำลังจะก้าวเดินออกไปนั้น ความจริงใจที่เขามอบให้กับเธอ ทำให้ปาริฉัตรอดที่จะมีไมตรีตอบตามคุณลักษณะนิสัยประจำตัวไม่ได้ ส่งเสียงเรียก
"คุณเชี่ยวคะ..."
เชี่ยวชาญหันกลับมาเป็นเชิงถาม ปาริฉัตรถอนหายใจ กล่าวพึมพำเบาๆ
"ขับรถระวังด้วยนะคะ.."
ชายหนุ่มยิ้มกว้าง รู้สึกอิ่มเอิบไปกับคำพูดง่ายๆ แต่แสดงถึงความห่วงใยนั้นจนหัวใจพองโต เขาหัวเราะกล่าวอย่างร่าเริง
"ไม่ต้องห่วง แล้วเชี่ยวจะรีบกลับมาหาคุณเอนะ.."
เชี่ยวชาญว่าแล้วก็ผงกศีรษะให้กับเดชา สำทับทิ้งท้ายให้บอดี้การ์ดคนสนิทดูแลทุกอย่างให้เรียบร้อยก่อนที่จะเดินออก ไปขึ้นรถสปอร์ตตอนเดียวคันหรูของตนเองติดเครื่องทะยานออกไป
ปาริฉัตรยืนมองเงาหลังของรถยนต์ที่เชี่ยวชาญขับไปจ้นพ้นสายตาแล้วก็ถอนหายใจออกมา
ถึงแม้ว่าเชี่ยวชาญจะเป็นหนึ่งในกลุ่มคนที่ยัดเยียดราคีคาวตราบาปที่เธอไม่ มีวันชำระล้างออกไปจากใจได้จนชั่วชีวิต แต่ความจริงใจที่เชี่ยวชาญเปิดเผยออกมาอย่างหมดเปลือกนั้น ทำให้ปาริฉัตรซึ่งประกอบด้วยคุณลักษณะนิสัยอันมีแต่ความเมตตาและหวังดีต่อคน อื่น อดรู้สึกหวั่นไหวใจอ่อนขึ้นมาไม่ได้
...เราจะทำต่อไปตามที่ตั้งใจไว้หรือ?
ปาริฉัตรอดที่จะถามไถ่ตัวเองอย่างสะทกสะท้อนใจไม่ได้ ดวงตางามซึ้งคู่นั้นเปี่ยมไปด้วยความรู้สึกสับสนวุ่นวายใจประดังขึ้นมา
ปาริฉัตรถอนหายใจยาวหันหลังกลับ ขยับเดินเข้าไปในบ้าน แต่ยังไม่ทันที่เธอจะเข้าไปในห้องนอน และปิดประตูนั้น หญิงสาวได้ยินเสียงแว่วมาจากประตูหน้า เหมือนเดชาพูดจาทักทายใครสักคน เธอจึงหันหน้ากลับไปดู
ทันใดนั้นเดชาที่กำลังเดินกลับเข้ามาในบ้านครางหนักๆ ร่างใหญ่กำยำของเขากระตุกเฮือก ก่อนจะฟุบล้มคว่ำลงไปกับพื้นแน่วนิ่งไม่ไหวติง!!!
ปาริฉัตรอุทานออกมาอย่างตกใจต่อเหตุการณ์ไม่คาดฝันนั้น ร่างแบบบางของเธอผวาลงไปดูอาการของบอดี้การ์ดของเชี่ยวชาญ พร้อมๆ กับเบิกตากว้างจ้องไปยังตรงประตูหน้าด้วยแววตาอันตื่นตระหนกตกใจ
ณ นอกบริเวณประตูหน้าในเวลานั้น ปรากฏเงาร่างล่ำสันของใครคนหนึ่งยืนทมึนอยู่ ในมือกุมท่อนไม้ขนาดหยาบเท่าแขนเด็กเอาไว้มั่น
เป็นเพราะภายในห้องขณะนั้นนอกจากโคมไฟเล็กๆ ตรงโต๊ะตัวหนึ่งที่เปิดสลัวๆ แล้วก็ไม่มีไฟดวงอื่นอีกเลย ทำให้แม้เธอพยายามเพ่งตามองไปแต่ยังเห็นไม่ชัดว่าคนผู้นั้นคือใคร
ฉับพลันสายฟ้าฟาดกัปนาทกึกก้องลงมาจากฟากฟ้า
เปรี้ยงงงงงงงงง เปรี้ยงงงงงงงงง
แสงสว่างที่พลันวาบกระจ่างขึ้นมาจากความมืดนั้น ทำให้ปาริฉัตรแลเห็นใบหน้าอันเหี้ยมเกรียมกระด้างของผู้บุกรุกถนัดตา
หญิงสาวแลเห็นแววตาอันเกรี้ยวกราดนั้นเต็มตาแล้วต้องโพล่งออกมาอย่างตระหนก
"คุณชัยชนะ!!!......"

............................

พายุฝนฟ้าคะนองยังคงไม่มีทีท่าจะลดความรุนแรง มิหนำซ้ำดูเหมือนจะตกหนักและรุนแรงขึ้นทุกขณะ
เด็กสาวแสนสวยที่นั่งห่อตัวลีบอยู่ภายในรถยนต์คันหรูของเริงชัย เหม่อมองไปยังความมืดนอกหน้าต่างด้วยความรู้หวั่นหวาดในใจ
ถึงแม้จะเป็นคนที่ค่อนข้างจะซุกซนและแก่นแก้วต่างกับพี่สาวของเธอ แต่เรื่องราวสถานการณ์ที่ปรีณากำลังเผชิญหน้านี้ มันซับซ้อนน่าขวัญผวาจนเกินกว่าที่เด็กสาวแรกรุ่นที่เติบโตมากับสิ่งแวดล้อม ที่งดงามอบอุ่น มีแต่คนที่รักและตามใจเธอแทบทุกประการจะแบกรับเอาไว้ได้
ปรีณาในยามนี้หวาดกลัว...กลัวจนจับจิต
สายใยหนึ่งเดียวที่ทำให้สติของเด็กสาวไม่ขาดผึงไปซะก่อน ก็คือความหวังใยเดียวที่เธอหวังว่าเมื่อทุกอย่างผ่านพ้นไปเธอจะได้พบกับพี่ สาวอันเป็นที่รัก...
เริงชัยยิ้มกริ่ม ขณะที่ขับรถฝ่าม่านพายุฝนไปพลาง เหลือบสายตาไปยังวงหน้าอ่อนหวานน่ารักของเด็กสาวด้านข้าง แววตาของจิ้งจอกเจ้าเล่ห์เป็นประกายวาว
"หนูบี.."
หนุ่มใหญ่จอมเจ้าเล่ห์เอ่ยปากขึ้น ขณะที่ปรีณาหันกลับมาเอ่ยถามเสียงแผ่วเบาราวกระซิบ
"คุณลุงเริงชัยมีอะไรคะ"
เริงชัยตีสีหน้าเรียบๆ พลางกล่าวช้าๆ
"ก่อนที่ลุงจะพาหนูบีไปพบกับพี่เอ หนูบีจะต้องยอมทำอะไรบางอย่างให้กับลุงนะ.."
ปรีณากลืนก้อนสะอื้นที่จุกดันขึ้นมาตามลำคอ ผงกศีรษะตอบอย่างเงียบงัน เริงชัยยิ้มอยู่ในใจกล่าวต่อว่า
"ลุงต้องการให้หนูบีไปพบกับผู้หลักผู้ใหญ่ท่านหนึ่ง บอกไปหนูบีคงจะรู้จักหรอก..."
เริงชัยเอ่ยนามของชูชาติ เกรียงไกรวัฒนะขึ้นมา ซึ่งปรีณาแม้จะไม่ใช่ผู้ที่ติดตามเรื่องในวงการการเมือง แต่จะอย่างไรก็เคยได้ยินชื่อของนักการเมืองรุ่นเก๋าคนนี้มาบ้าง
หนุ่มใหญ่จอมเจ้าเล่ห์ กล่าวต่อ
"มาถึงตอนนี้ลุงก็จะพูดตรงๆ ไม่มีอ้อมค้อมล่ะนะ ถ้าหนูบีทำตัวให้ว่าง่าย เอาอกเอาใจคุณชูชาติคนนี้ให้กับลุงแล้วล่ะก้อ ลุงจะพาพี่เอของหนูบีมาให้หนูบีอย่างแน่นอน ลุงรับปากให้สัญญา"
ถ้ายังเป็นเมื่อหลายวันก่อน ปรีณาที่ไร้เดียงสาในกลกาม คงไม่รู้ว่าการทำตัวให้ว่าง่าย เอาอกเอาใจ อย่างที่เริงชัยเอ่ยถึงนั้นคืออะไร
แต่ตอนนี้เธอกระจ่างแก่ใจดีว่าอีกฝ่ายต้องการให้ตัวเองทำอะไร เด็กสาวแสนสวยนัยน์ตาเบิกกว้าง ก่อนจะก้มลงมองที่ตักตนเอง น้ำตาใสไหลรินออกมาอาบแก้มใสเป็นทางยาว ไหล่กลมมนทั้งคู่นั้นสั่นสะท้าน สะอึกสะอื้นออกมาอย่างเจ็บช้ำใจ
"ว่าไง..หนูบี..."
เริงชัยรุกถามด้วยน้ำเสียงเป็นต่อ ปรีณาที่หมดปัญญาจะครุ่นคิดหาทางอื่นใดให้ตนเองได้ ในที่สุดก็ยอมทอดอาลัยต่อชะตากรรมของตนเอง ผงกศีรษะช้าๆ ส่งเสียงเครือสะท้าน
"ค่ะ..บี...บีจะทำทุกอย่างที่คุณลุงเริงชัยต้องการ..."
จิ้งจอกเจ้าเล่ห์เหยียดยิ้มออมมาอย่างสมใจ กล่าวปลอบด้วยเสียงนุ่มที่ฟังแล้วชวนให้ขนลุกด้วยความสะอิดสะเอียน
"ไม่ต้องกลัวไปหรอกนะ หนูบี เชื่อลุงเถอะ เรื่องพรรค์นี้ขอให้มันผ่านไป เดี๋ยวหนูบีก็ลืม เรื่องอย่างนี้ลุงรู้ดี"
ว่าจบแล้วหนุ่มใหญ่จอมเจ้าเล่ห์ก็อดที่จะหัวเราะออกมาไม่ได้
ในเวลานั้น เสียงหัวเราะของเริงชัยแทรกผ่านโสตประสาทของเด็กสาวแสนสวยเข้าไป สร้างความยอกแสยงปวดแปลบให้เกิดแก่หัวใจดวงน้อยๆ นั้นจนบอบช้ำอย่างแสนสาหัส!!!

...................................

ท่ามกลางเสียงกัมปนาทแผดสะเทือนมาจากผืนฟ้า สายฟ้าแลบแปล๊บๆ สาดส่องใบหน้าเกรียมกระด้างของชัยชนะ ดูไปยิ่งน่าสั่นสะท้านขวัญผวาให้กับผู้ที่พบเห็นเป็นที่สุด
ปาริฉัตรก็เฉกเช่นกัน ยามนั้นใจของเธอเต้นไม่เป็นส่ำ ความตื่นตระหนกใจที่แผ่ซ่านมาจากก้นบึ้งปรากฏออกมาทางสีหน้าแววตาอย่างชัดเจน
ชัยชนะแค่นหัวเราะ เหวี่ยงไม้ที่เขาใช้หวดศีรษะบอดี้การ์ดของเชี่ยวชาญจนหมดสติทิ้งไป ก่อนจะเดินสืบเท้าเข้ามาภายในบ้าน ขณะที่ปาริฉัตรรู้สึกถึงความกดดันบางอย่างที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวของชายหนุ่ม จนต้องผละออกจากร่างของเดชาที่นอนคว่ำอยู่บนพื้น เดินถอยหลังไปช้าๆ อย่างลืมตัว
"เป็นไง ตกใจมากหรือไงครับ ที่เห็นผม..คุณเอ"
ชัยชนะกล่าวถามเสียงเคล้าหัวเราะ แต่ประกายตาที่จ้องมายังหญิงสาวนั้นไม่ได้มีแววแห่งความรื่นรมย์แม้แต่น้อยนิด
ปาริฉัตรพยายามระงับสติที่กระเจิดกระเจิงด้วยความตระหนกให้กลับมา แต่เสียงที่ผ่านพ้นริมฝีปากบางงามมานั้นก็ยังไม่วายสั่นระริก
"คุณ..คุณ..ชัยชนะต้องการอะไรคะ.."
ชัยชนะเหยียดยิ้มออกมา สืบเท้ายาวๆ เข้าไปกระชั้นชิดปาริฉัตรที่พยายามถอยหลังไปแต่ไม่ทัน ถูกมือที่กำยำแข็งแรงตะปบไปที่ต้นแขนของตนเอง
ชายหนุ่มยื่นใบหน้าอันกร้านเกรียมนั้นจ่อเข้าไปหาวงหน้างามซึ้งของหญิงสาว ประกายตาของเขาเปี่ยมไปด้วยเพลิงรัก เพลิงแค้น เพลิงอิจฉาริษยาระคนปนเปกันอย่างสับสน
"ทำไม...ผมมีอะไรที่นายเชี่ยวไม่มี..."
ชัยชนะส่งเสียงตวาดถามเสียงกระชาก หญิงสาวได้กลิ่นแอลกอฮอล์ฟุ้งออกมาจากลมปากของเขาฉุนจัด
ท่ามกลางความตื่นตระหนกตกใจโดยแท้จริง วูบหนึ่งของความคิดที่แทรกผ่านเข้ามาในห้วงคำนึงของเธอ
..นี่ไม่ใช่วินาทีที่เธอรอคอยหรอกหรือ?
ปาริฉัตรเริ่มระงับสติได้ เธอจับจ้องไปยังชัยชนะตรงๆ ไม่หลบหลีก พลางกล่าวเสียงราบเรียบ
"แล้วคุณชัยชนะคิดว่าดิฉันจะทำอะไรได้คะ..."
ชัยชนะแค่นหัวเราะอย่างคุมแค้น บีบแรงเค้นลงไปตรงต้นแขนลำงามของหญิงสาวอีก จนปาริฉัตรเจ็บแปลบไปจนถึงทรวง
"อย่าบอกว่าคุณไม่ได้มีใจอะไรให้กับนายเชี่ยวนะ เมื่อครู่นี้เห็นอิดออดจะเป็นจะตาย กะอีแค่ที่ต้องแยกกันแค่คืนเดียว.."
ริมฝีปากนุ่มงามราวกับกลีบกุหลาบแย้มเยื้อนจนแลเห็นฟันขาวสะอาดราวกับไข่มุก
"คุณชัยคะ..คุณพูดอย่างกับไม่รู้จักนิสัยของน้องชายคุณ...ดิฉันจะขัดขืนหรือโอนอ่อนตามเขา ทางเลือกไหนที่ดิฉันควรกระทำล่ะคะ"
ชัยชนะรู้สึกเสียวสะท้านไปถึงทรวงเมื่อสบตางามซึ้งที่เปล่งประกายแววหวานออก มา ชายหนุ่มกระชากร่างบอบบางนั้นเข้ามาจนชิด ส่งเสียงหอบกระชั้น
"นี่คุณกำลังคิดว่ากำลังเล่มเกมส์อะไรอยู่..."
ปาริฉัตรหัวเราะเบาๆ ใช้นิ้วลำงามกรีดไปตามคางของชัยชนะ กล่าวเสียงแผ่วเบา
"ใครว่าเอกำลังเล่นคะ...เอ...เป็นแค่ผู้หญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่งเท่านั้น..."
ทั้งน้ำเสียง แววตา อาการกิริยาที่สตรีตรงหน้าแสดงออก จู่โจมเข้าไปสู่กลางใจของบุตรชายคนโตของชูชาติจนเสียวกระสัน แต่ชายหนุ่มที่เจนเวทีการเมืองมาโชกโชนไม่น้อย จับกระแสบางอย่างภายใต้แววตาเย้ายวนนั้นออก
ชัยชนะคำรามในลำคอ ใช้มือคว้าไปที่ลำคองามระหงนั้นบีบกระชับไปอย่างแนบแน่น
"นี่คุณกำลังคิดจะปั่นหัวผมเหมือนที่ทำกับนายเชี่ยวหรือ..."
ลมหายใจของปาริฉัตรขัดข้องจากการถูกบีบรัดมาจากอุ้งมือแข็งแรงนั้นจนไอออกมา ชัยชนะที่ใจหนึ่งต้องการบีบคอของสตรีตรงหน้าให้ตายไปคามือด้วยความแค้น แต่อีกความรู้สึกหนึ่งนั้นเปี่ยมไปด้วยกระสันซ่านที่ลุกโชนพลุ่งพล่านในใจ
ดวงตาแข็งกร้าวนั้นวูบวาบอย่างสับสนอลหม่าน ก่อนที่เขาจะผรุสวาทเสียงดังลั่น
"แพศยา..."
ชายหนุ่มคลายมือที่บีบลำคอปาริฉัตรออก ก่อนที่จะตวัดหลังมือตบฉาดไปที่ใบหน้างามซึ้งนั้นเต็มเหนี่ยว!!!
ปาริฉัตรล้มฮวบไปกับพื้น แต่ไม่มีเสียงครางครวญใดๆ ผ่านพ้นริมฝีปากบางงามนั้นออกมาแม้แต่น้อย ตรงกันข้ามวงหน้างามซึ้งที่แหงนขึ้นกลับสู้หน้าชัยชนะ แม้จะซีดขาวแต่เปี่ยมไปด้วยร่องรอยแห่งความท้าทายอย่างชัดเจน
ชัยชนะตัวสั่นเทิ้มด้วยความรู้สึกที่กำลังต่อสู้กันอยู่ภายใน เบิกตาจ้องไปยังวงหน้างามซึ้งนั้นแน่วนิ่ง โลหิตแดงสดสายที่ไหลซึมออกมาทางมุมปากงามนั้น กอปรเป็นภาพที่สร้างความรู้สึกเร่าร้อนในใจของเขาให้พลุ่งพล่านรุนแรงขึ้น เป็นเท่าทวีคูณ
ปาริฉัตรที่นั่งพับเพียบอยู่ตรงพื้น อย่างช้าๆ ถอดเสื้อคลุมที่สวบทับชุดนอนสีขาวออก ดวงตางามซึ้งนั้นเปล่งประกายวาวระริก ริมฝีปากที่อาบเคลือบไปด้วยโลหิตสดๆ แย้มเยื้อน
บุตรชายคนโตของชูชาติ เกรียงไกรวัฒนะหอบหายใจฟืดฟาด ใบหน้ากร้านเกรียมนั้นขาวซีด ดวงตาแข็งกร้าวเต็มเปี่ยมไปด้วยประกายแห่งรัก แห่งแค้นระคนกัน
และในที่สุดความเร่าร้อนที่ลุกโชนเผาผลาญอยู่ในใจอย่างสุดๆ นั้นจะทำให้ชัยชนะคำรามก้อง กระชากร่างงามนั้นปลิวติดมือขึ้นมา บดขยี้จูบลงไปบนริมฝีปากบางงามนั้นอย่างหื่นกระหายดุดัน...
มือหยาบใหญ่ของชายหนุ่มกุมกระชากไปตรงคอเสื้อของชุดนอดขาวบริสุทธิ์นั้นแนบแน่น กระชากออกทีเดียวอย่างสุดแรง
แคว่กกกกก
ชุดนอนบางเบานั้นขาดออกไปตามแรงกระชากนั้นอย่างง่ายดาย ก่อนที่มือหยาบใหญ่ของชายหนุ่มจะตะปบขยำขยี้ไปบนทรวงอกที่อวบอิ่มชูชันนั้น อย่างรุนแรง ป่าเถื่อน หยาบราวกับสัตว์ป่าขยำขยี้เหยื่ออันโอชะ!!!

...........................

ที่โรงแรมห้าดาวริมหาดหิวหิน ณ ห้องเดอร์ลุกซ์ซึ่งเป็นห้องที่ชูชาติ เกรียงไกรวัฒนะจับจองเป็นห้องส่วนตัว
นักการเมืองรุ่นเก๋ารู้สึกแปลกใจไม่น้อย ที่ตนเองได้รับโทรศัพท์จากคนที่เขาไม่คิดว่าจะได้รับในเวลานี้เลยแม้แต่น้อย
"มีอะไรหรือคุณเริงชัย..."
ชูชาติถามเรื่อยๆ เหมือนไม่รู้อะไรเกี่ยวกับการขัดแย้งระหว่างอีกฝ่ายกับบุตรทั้งสองของตนเอง ขณะที่เตรียมใจที่จะได้รับความเกรี้ยวกราดจากอีกฝ่ายอยู่แล้ว
แต่ผิดคาดในความรู้สึกของนักการเมืองรุ่นเก๋าไม่น้อย เพราะได้ยินเสียงหัวเราะอย่างใจเย็นดังมาจากปลายสายอีกด้าน
"ผมมีเรื่องอยากจะขอร้อง ทำความตกลงกับท่านครับ"
"อือม์ ถ้าผมจะเดาไม่ผิด คงเป็นเรื่องของคุณปาริฉัตรกระมัง คุณเริงชัย?"
"ใช่ครับ..."
ชูชาติถามตรงๆ ซึ่งเริงชัยหนุ่มใหญ่จอมเจ้าเล่ห์ ก็กล่าวตอบตรงๆ เช่นกัน
"เรื่องนี้ผมไม่อยากยุ่งด้วยน่ะ เรื่องของเด็กๆ เขา..."
นักการเมืองรุ่นเก๋ากล่าวออกตัว ขณะที่เริงชัยกล่าวต่ออย่างรวดเร็ว
"ผมมีข้อแลกเปลี่ยนที่สมน้ำสมเนื้อให้ท่านได้พิจารณาแน่นอนครับ..."
ชูชาตินิ่งไปอึดใจหนึ่ง ก็กล่าวเรียบๆ
"อือม์ ผมฟังอยู่..."
เริงชัยหัวเราะมาตามสาย ตอนนั้นโทรศัพท์มือถือของนักการเมืองรุ่นเก๋ารับภาพที่ถูกส่งมาจากอีกด้าน
"ผมอยากให้ท่านได้มีโอกาสพบเห็นหนูบีตัวจริงๆ ..น้องสาวแท้ๆ ของคุณปาริฉัตรดูสักครั้ง...
ชูชาตินิ่งงันไปอย่างตื่นตะลึงกับภาพของเด็กสาวแรกรุ่นผู้ซึ่งมีวงหน้าอัน อ่อนหวานน่ารักที่ปรากฏอยู่ตรงหน้า เริงชัยหัวเราะอย่างกระหยิ่ม พูดต่อมา
"แล้วท่านจะเห็นด้วยกับผมว่า หนูบี..คนนี้ถ่ายรูปไม่ขึ้นจริงๆ ครับ"
นักการเมืองรุ่นเก่าอ่านเกมส์ออกทันที ขนทั่วร่างลุกซ่านขึ้นมาทันที แต่เขายังรักษาท่วงทีเอาไว้ได้อย่างรัดกุม กล่าวถามเรื่อยๆ เหมือนไม่ได้ใส่ใจนัก
"คุณเริงชัยต้องการให้ผมช่วยยังไงล่ะ"
เสียงของเริงชัยดังมา
"ผมรู้ว่าคุณชัยกับคุณเชี่ยวในที่สุดก็ต้องเบื่อของเล่นชิ้นใหม่ไปเอง เพียงแต่อยากให้ท่านช่วยเร่งให้เวลานั้นมาถึงเร็วเข้าเท่านั้น ผมรับรองว่าจะไม่ลืมพระคุณนี้ของท่านเลย...หนูบี..ก็จะไม่ลืมพระคุณนี้ของ ท่านเช่นกัน เธอบอกกับผมเองครับ.."
จิ้งจอกเจ้าเล่ห์หยุดไปเล็กน้อยก็กล่าวต่อด้วยน้ำเสียงเคล้าหัวเราะ
"ผมอยากให้ท่านได้ลองพิจารณาดู ช่วยเหลือเด็ก...เด็กที่บริสุทธิ์...อย่างหนูบีนี่กุศลคงแรงไม่หยอกนะครับท่าน"
เริงชัยจงใจเน้นไปที่คำว่า "บริสุทธิ์" ให้กับนักการเมืองรุ่นเก๋าได้ตระหนักถึง ซึ่งชูชาติที่จับกระแสออกนั้น ควยลุกตั้งขึ้นมาอย่างฉับพลัน ขนทั่วร่างลุกซ่านด้วยความกระสัน

...............................

เชี่ยวชาญเสียเวลาขับรถไปที่คฤหาสถน์ของบิดา แต่ได้รับการแจ้งว่าชูชาติไปงานเลี้ยงที่โรงแรมไม่ได้อยู่บ้าน ชายหนุ่มก็บึ่งรถยนต์คันหรูฝ่าม่านฝนที่กระหน่ำแบบไม่ลืมหูลืมตาตรงไปยัง โรงแรมสุดหรูริมหาดหิวหินนั้น
บุตรชายคนเล็กของชูชาติขึ้นลิฟต์ตรงไปยังห้องสูทส่วนตัวของชูชาติ
ทันทีที่พบเห็นหน้าบิดา เชี่ยวชาญก็ถามอย่างร้อนใจ
"ป๋ามีเรื่องอะไรหรือครับ ถึงให้พี่ชัยโทรไปตามผม..."
ชูชาติมีสีหน้าแปลกใจอย่างแท้จริง ถามงงๆ
"ใครบอกแกวะ ว่าฉันให้นายชัยโทรไปเรียกแก..."
เชี่ยวชาญใจหายวาบ พลันนึกอะไรออกมาได้ทันที ใบหน้าของชายหนุ่มพลันเปี่ยมไปด้วยความตื่นตระหนกใจ ร่างผอมเกร็งนั้นหันกลับวิ่งผลุนผลันกลับออกไปทันที
ชูชาติเกาศีรษะ ร้องถามไล่หลัง
"เฮ้ย นี่มันเรื่องอะไรกันเว้ย..."
แต่เชี่ยวชาญนั้นวิ่งตะบึงออกไปโดยไม่ได้เหลียวหลังกลับมาหาเขาแม้แต่แว่บเดียว
ชูชาติส่ายหัว แม้จะรู้สึกแปลกตะหงิดๆ ในใจ แต่นักการเมืองรุ่นเก๋าก็สลัดความคิดนั้นออกไป เพราะความรู้สึกอื่นได้ฟุ้งขึ้นในใจของเขาแทนที่
นักการเมืองรุ่นเก๋าสำรวจความเรียบร้อยของเครื่องแต่งกาย ก่อนจะฮัมเพลงออกมาอย่างอารมณ์ดี ขนทั่วกายลุกชันด้วยความรู้สึกเสียวกระสัน ก่อนจะเดินออกไปจากห้องเตรียมตัวไปพบกับแขก "พิเศษ" ของเขาในค่ำคืนนี้

สายฝนยังคงกระหน่ำแบบไม่ลืมหูลืมตา ประสานกับเสียงฟ้าคำราม ครืนครัน ดังกระหึ่มเป็นระยะๆ ความหนาของเม็ดฝนที่ตกลงมานั้นกระแทกหลังคารถที่นายสอยจอมซุ่มอยู่ ดัง ต๊ก ต๊ก ต๊ก ถี่ยิบ

ม่านฝนที่หนาทึบนั้นแทบจะบดบังความเป็นไปที่เกิดขึ้นทั้งหมด ณ หน้าบ้านพักหลังที่คนขับรถจอมเจ้าเล่ห์จับตาดูอยู่ เนื่องเพราะเขาจอดรถห่างออกมาพอสมควร

เป็นเพราะความรอบคอบของคนสนิทของเริงชัยโดยแท้ เพราะทางเบี่ยงเล็กๆ ที่เขาซุ่มอยู่นั้นพอดีเป็นจุดอับที่ทำให้พอรถอีกคันหนึ่งที่ตามมาสมทบนั้น คนขับซึ่งเป็นชายหนุ่มร่างล่ำสันเดินออกมาจากรถจึงมองไม่เห็นรถของเขา

นายสอนเฝ้าจับตาดูความเปลี่ยนแปลงตรงหน้าอย่างสนใจ เนื่องด้วยผู้มาใหม่นั้นทำท่าทีลับๆ ล่อๆ แอบซุ่มดูอยู่ห่างๆ อย่างไม่เกรงกลัวม่านฝนพิโรธที่ตกกระหน่ำอยู่เลยแม้แต่น้อย

เนื่องเพราะคนขับรถจอมเจ้าเล่ห์ไม่เคยเห็นหน้าของบุตรชายคนโตของชูชาติ นักการเมืองรุ่นเก๋ามาก่อน เขาจึงไม่รู้ว่าชายหนุ่มคนนั้นคือชัยชนะ เพียงแต่ดูจากรถที่อีกฝ่ายขับ นายสอนก็แค่แน่ใจว่าคนที่มาใหม่นี้ต้องมีความเป็นมาไม่ธรรมดาแน่นอน

สักช่วงหนึ่งเขาก็แลเห็นเชี่ยวชาญกับปาริฉัตรเดินออกมาที่หน้าประตูบ้านพักนั้น ก่อนที่ชายหนุ่มจะขับรถแล่นออกไป

นายสอนเบิกตากว้างอย่างตื่นใจ เมื่อเห็นการเคลื่อนไหวของผู้มาใหม่ ที่คว้าท่อนไม้หยาบเดินดุ่มๆ ตรงเข้าไปยังตัวบ้าน

คนขับรถจอมเจ้าเล่ห์มีสีหน้าแววตาตื่นตัวขึ้นมาอย่างฉับพลัน ครุ่นคิดลังเลใจอยู่นานสองนานว่าจะสอดมือเข้าไปชิงตัวผู้หญิงมาดีหรือไม่?

นัยน์ตาของคนสนิทของเริงชัยล่อกแล่กไปมาอย่างครุ่นคิด

เรื่องร้อนๆ ที่รุมเร้าเข้ามา หลังจากคนที่เขาว่าจ้างถูกตำรวจซิวไปนั้นรบกวนจิตใจของนายสอนเป็นอย่างมาก

มีแต่เริงชัยเท่านั้นในตอนนี้ที่คนขับรถจอมเจ้าเล่ห์คิดว่าจะช่วยเหลือเขาให้พ้นจากเงื้อมมือตำรวจได้

และหนทางเดียวที่เขาจะขอให้เริงชัยเจ้านายหาทางออกมาช่วยเหลือป้องภัยนั้น ก็ต้องทำคุณความดีอันยิ่งใหญ่เสนอให้โดยการชิงตัวปาริฉัตรกลับไปให้เจ้านาย

ใช่...คนขับรถจอมเจ้าเล่ห์ ตกลงใจแน่วแน่

ไม่ว่ายังไง คืนนี้เขาก็ต้องพาตัวปาริฉัตรไปให้จงได้...

...................................................

แม้ว่าภายนอกตัวบ้านเวลานั้นจะถูกโหมกระหน่ำไปด้วยเม็ดพิรุธราวกับฟ้ารั่ว แต่ทว่าในบ้านพักยามนี้กลับเร่าร้อนไปด้วยเพลิงสวาทที่พลวยพลุ่งลุกโชนขึ้น จับไปแทบทั่วพื้นที่ของบริเวณห้องนอนหลังนั้น

ร่างกำยำของเดชายังคงนอนคว่ำอยู่ในลักษณะเดิม เสียงประสานแห่งความเร่าร้อนที่แข่งกันนั้นดูเหมือนจะไม่มีผลต่อการกระตุ้น ให้เขารู้สึกตัวขึ้นมาแม้แต่น้อยนิด

"อาาาาาาาา.........อาวววววววววววววว"

เสียงคำรามอย่างกระสันซ่าน กับเสียงครางครวญสุดรัญจวนจิตดังต่อเนื่องมาร่วมสิบนาทีแล้ว......

และไม่มีวี่แววว่าเสียงนั้นจะยุติลงแต่อย่างใด

ตรงกันข้ามเสียงคำรามครวงครวญนั้นกลับดังขึ้นๆ อย่างเร่าร้อน

เตียงสปริงอย่างดีของเชี่ยวชาญปรากฏเสียงดังเอี๊ยดอ๊าด ทุกคราที่ชัยชนะซึ่งบัดนี้ตัวเปล่าเปลือยล่อนจ้อน ร่างกำยำมันปลาบไปด้วยเม็ดเหงื่อ กระทุ้งลำควยอันยาวใหญ่ทะลวงลึกลงไปในโพรงสวาทของหญิงสาวที่เปลือยเปล่าไม่ แพ้กัน นอนหงายแอ่นโคกขึ้นรับอย่างเร่าร้อนรัญจวนใจ

"อาาาาาาาาาาาาวววว อาาาาาาซซซ"

ใบหน้าของเกรียมกระด้างของบุตรชายคนโตของชูชาตินั้นเปี่ยมไปด้วยความรู้สึก สาแก่ใจ ส่งเสียงห่อคำรามออกมาดังไม่หยุด สองมือหยาบใหญ่ขยุ้มขยี้ไปตรงทรวงอกที่เต่งเต้าชูชันนั้นอย่างเมามันรุนแรง ไม่มีออมแรงแม้แต่น้อย

ปาริฉัตรที่นอนหงายเสนอสนองแม้จะรู้เจ็บปวดแทบขาดใจ แต่หญิงสาวไม่มีการแสดงออกใดๆ มาทางสีหน้าที่ในยามนั้นมีแต่ร่องรอยของความกระสันเสียว คิ้วเรียวงามขมวดมุ่น ริมฝีปากบางห่อครวญครางไม่หยุดเช่นกัน

"อาาาาาาาา......อาาาาาาาาาา"

สองเพรียวขางามนั้นกระหวัดรัดไปที่สะโพกของชัยชนะ แอ่นโคกสาวที่นูนแน่น สอดรับการโถมกระแทกของชายหนุ่มสร้างความสุขหฤหรรษ์ให้กับชัยชนะจนขนทั่วร่าง ลุกชัน ร่างกำยำนั้นสั่นกระตุกถี่ถี่ด้วยความเสียวซ่านกระสัน ปลดปล่อยอารมณ์ที่คั่งค้างอัดอั้นลงไปบนเรือนร่างงดงามราวกับสวรรค์บรรจง สร้างนั้นอย่างสุดเหวี่ยง

เอี๊ยด เอี๊ยด...............

เสียงเตียงสปริงดังต่อเนื่อง ผสานกับเสียงครางครวญจากสองหนุ่มสาว ชัยชนะใช้แขนแข็งแรงของเขาจับรั้งไปที่ข้อพับหลังเข่าของปาริฉัตร ดันร่างงามนั้นม้วนขึ้นไปจนหัวเข่าไปจรดพนักเตียง ควงสะโพกบดอาวุธลำยาวทะลวงเข้าออกโพรงสวาทที่เป็นกลีบสวยราวกับดอกไม้นั้น ราวกับลูกสูบ พั่บ พั่บ พั่บ ต่อเนื่องไม่มีหยุด

"อาาาา...อาาา...อาวววว...อาวววว"

สองหนุ่มสาวครางครวญไม่ขาดปาก ร่างแบบบางของปาริฉัตรสั่นไหวกระตุกถี่ถี่ ความเสียวซ่านที่พลวยพลุ่งขึ้นมาจากท้องน้อยนั้นเต็มเปี่ยมไปด้วยความเร่า ร้อนอย่างสุดๆ เผาผลาญเหงื่อเม็ดเล็กๆ ขึ้นผุดพรายอาบทั่วร่างขาวผ่องของเธอเป็นมันปลาบสะท้อนไฟแวววาว

ลูกสูบเอ็นใหญ่ของชัยชนะทำหน้าที่ของมันได้อย่างแข็งขัน กระตุ้นต่อมความเสียวของปาริฉัตรให้พล่านระริกไปด้วยความรัญจวนจิต ร่างแบบบางที่แอ่นเสนอสนองนั้นกระตุกถี่ถี่ ใบหน้างามงดนั้นแสดงออกมาอย่างชัดเจนว่ากำลังจะถึงจุดสุดยอดแล้ว

"อาาาาาาาาาาา..อาาาาาาาาา...อาาาาาาาาาา...อาาาาาาาาาาาาา.."

ริมฝีบางบางเบานั้นห่อครวญครางออกมาอย่างด้วยเสียงที่ชวนกระสัน ซึ่งชัยชนะได้รับฟังท่ามกลางความมันส์สุดขีด ด้วยความจัดเจนในเวทีกาม ชายหนุ่มจับอาการกระตุกบิดไหวของเรือนร่างนุ่มนิ่มราวกับไร้กระดูกที่เขาทาบ ทับอยู่ได้ รู้ดีว่าปาริฉัตรนั้นใกล้ถึงจุดสุดยอดเต็มทีแล้ว ร่างกำยำนั้นจึงเร่งเครื่องโหมกระเด้าเป็นการใหญ่ หอบหายใจกระเส่าราวกับวัวเหนื่อย

"อาาววววว....อาววววววววววว..อาาาาาาาาาาา"

ใบหน้างามซึ้งนั้นแหงนสุดๆ ด้วยความเสียวซ่าน ขณะที่ชัยชนะบดร่างหนาของตนเองทาบแนบลงไปบนลำตัวขาวผ่องแบบบาง สองมือสอดรัดไปที่ไปที่แผ่นหลังรัดร่างของปาริฉัตรเข้ามาแนบแน่น เกร็งหน้าท้อง ควงสะโพกกระตุก อัดท่อนลำอันอวบใหญ่ตามลงไปเป็นจังหวะถี่ยิบราวกับรัวปืนกล พั่บ พั่บ พั่บ พั่บ

"อาาาาาาาาาาาา..อาาาาาาาาาาาาา...คุณชัย......เอ...เอ.........อาาาาาาาาาาาาาาาา.......อาาาาาาาาาาาา"

ปาริฉัตรครางลั่น พร้อมกับโอบแขนบอบบางของเธอรัดไปที่กลางหลังของชัยชนะแน่นเช่นกัน ยามนั้นร่างของทั้งสองหลอมละลายราวกับจะรวมกันเป็นหนึ่งเดียว อาการบิดส่าย โถมกระแทก แอ่นรับประสานกันเป็นจังหวะจะโคนที่เร่งเร้าเพลิงดำฤษณาให้ลุกโชน พลวยพลุ่งขึ้นห่อหุ้มแทบทุกอณูความรู้สึกของสองหนุ่มสาว จนกระทั่งในที่สุดทะลักจุดเดือดระเบิดขึ้นอารมณ์ชัยชนะกับปาริฉัตรไปสู่สรวง สวรรค์ในเวลาพร้อมๆ กัน

"อ๊าาาาาาาาาาาาาาาา.....อาาาาาาาาาาาาาาซ"

ปาริฉัตร แหงนหน้าร้องครวญออกมาสุดๆ ขณะเดียวกับที่ชัยชนะแยกเขี้ยว ใบหน้าบิดเบี้ยว แผดเสียงลั่นออกมาประสานกันอย่างยาวนาน

ร่างกำยำของชายหนุ่มสั่นกระตุกถี่ถี่ กระฉูดน้ำเชื้อราดรดเข้าไปในโพรงสวาทที่อบอุ่นของหญิงสาวราวกับกระสุนน้ำ เมือก ซึ่งร่องสวาทที่อ่อนหยุ่นฟิตรัดลำควยอวบนั้นก็ทำหน้าที่ราวกับฟองน้ำชั้นดี ตอดขมิบเป็นจังหวะดูดซับน้ำกามที่ทะลักทะลายเข้าไปอย่างเต็มอิ่ม

ขณะที่ร่างแบบบางของปาริฉัตรเริ่มอ่อนแรง ระทดระทวยปวกเปียกด้วยความอ่อนล้าอยู่บนเตียง ความต้องการที่ผสมผสานกับแรงแค้นของชัยชนะก็กระตุ้นต่อมตัณหาทะยานอยากให้ ลุกตื่นขึ้นอีกอย่างรวดเร็ว

อาวุธที่ยาวใหญ่นั้นยังไม่ทันฝ่อตัวหลุดออกมาจากโพรงสวาทก็ดีดตัวขยายออกครูดไปตามติ่งเสียวของปาริฉัตรอีกระลอก

ขณะที่หญิงสาวกำลังเหนื่อยราวกับจะขาดใจยังไม่มีแรงจะขยับหนุน ชัยชนะที่แสยะยิ้มอย่างหื่นกระหาย ก็กระชากร่างปวกเปียกของปาริฉัตรขึ้นมา

โดยที่ไม่ยอมให้ลำควยหลุดออกจากโพรงสวาทของหญิงสาว ชัยชนะก็ใช้ลำแขนอันแข็งแรงสอดไปที่ข้อพับหลังเข่าของปาริฉัตรยกร่างเบาหวิว ของเธอขึ้นมา พร้อมๆ กับแอ่นสะโพกอัดท่อนเอ็นอวบสวนกระแทกกลับขึ้นไปอย่างดุดัน

"อ๊าาาาาาาาา...."

ด้วยท่านั้นอาวุธของชัยชนะที่ราวกับลำทวนทะลวงกระแทกเข้าไปถึงปากมดลูกของ หญิงสาว สร้างทั้งความเจ็บ ความเสียวสุดขีดระคนกัน ต้องส่งเสียงครางครวญออกมาอย่างสุดจะข่มกลั้น

ร่างบอบบางนั้นถูกชัยชนะอุ้มไปพิงผนังห้องนอนด้านหนึ่ง ปาริฉัตรใช้สองแขนโอบรั้งไปที่บ่าหนาของชัยชนะเพื่อเป็นการพยุงตัว ขณะที่ชายหนุ่มยังคงรั้งอยู่ที่ลำขางามคู่นั้นไม่ปล่อย ควงสะโพกอัดกระแทกลำควยอันอวบใหญ่เข้าไปอย่างเมามัน ร่างขาวโพลนเปลือยเปล่าของปาริฉัตรที่ถูกประกบแน่นติดผนังนั้นสั่นระริก บิดไหวอย่างเสียวซ่านสุดขีด

ยามนั้นใบหน้างดงามแดงก่ำด้วยเพลิงสวาทที่ถูกปลุกให้คุกโชน ผมดำยาวสยายนั้นยุ่งเหยิง เปียกชื้นลู่ไปใบหน้า พวงแก้ม ลำคออันงามระหง ดวงตาชวนฝันนั้นหรี่ปรือ ทั้งหมดกอปรเป็นภาพที่ทั้งสวยซึ้ง ทั้งยั่วยวนกวนราคะ ทำให้ชัยชนะที่ยืนอัดควยกระแทกอยู่ จับจ้องมองไปอย่างลุ่มหลง ส่งเสียงครางออกมากระเส่า

"คุณเอ..ที่รัก...จำเอาไว้...คุณต้องเป็นของผมคนเดียวเท่านั้น..."

ชัยชนะกระเด้าเย็ดไปพร้อมกับส่งเสียงสำทับออกมาอย่างถือสิทธิ์ ก่อนที่จะฝังใบหน้าลงไปตามซอกคอขาวผ่องนั้นที่ยามนี้ถึงแม้จะชุ่มไปด้วย ยเหงื่อที่ผุดพรายออกมา แต่ชายหนุ่มก็จูบซอนไซร้ดูดดื่ม ใช้ลิ้นโลมเลียลงไป รู้สึกเหมือนได้ดื่มน้ำทิพย์จากสรวงสวรรค์ เร่งเร้ากระตุ้นให้ความกระสันซ่านนั้นลุกโชนขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งแรงลงไปสู่ท้องน้อย เกร็งกำลังอัดทะลวงอาวุธประจำกายเข้าออกอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย

ปาริฉัตรโอบแขนไปรอบคอหนาของชัยชนะ แหงนหน้าขึ้นส่ายไปมาอย่างสุดสยิว เสียวซ่าน ส่งเสียงครางออกมาอย่างรัญจวนใจ

"อาาาาาาาาา...อาาาาาาาาาา"

ชัยชนะหัวเราะเสียงกระเส่าอย่างกระหยิ่มยินดี ความเสียวกระสันของเขาลุกพล่านทุกครั้งที่เห็นเรือนร่างงาม ใบหน้าชวนฝันของสตรีผู้นี้เปล่งประกายแห่งความรัญจวนจิตออกมาท่ามกลางการ เล้าโลมของเขา

อาวุธประจำกายอันยาวใหญ่ของบุตรชายคนโตของชูชาตินักการเมืองรุ่นเก๋าทำงาน ราวกับลูกสูบ ทะลวงเข้าออกพึ่บพั่บ อัดกระแทกร่างบอบบางของปาริฉัตรที่แนบผนังอย่างเมามัน เสียง พั่บ พั่บ ดังขึ้นทุกครั้งที่หน้าท้องต่อหน้าท้องกระทบกันเป็นจังหวะ ความเสียวสยิวนั้นก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว หญิงสาวที่ถูกอุ้มอยู่ตัวสั่นระริก สะบัดหน้าไปมาอย่างสุดจะข่มกลั้น ผมดำยาวนั้นปลิวไปตามแรงสะบัด ทรวงอกที่อวบอิ่มตูมตั้งหอบสะท้อนขึ้นลง ปลายงอนงามนั้นสั่นระริก กระเด้งยืดหยุ่นล้อสายตาของชัยชนะที่จับจ้องมองมาอย่างสุดจะลุ่มหลง

"คุณเอ....สวยเหลือเกิน"

ชัยชนะครางกระเส่า ความเสียวที่ปลายหัวถอกของตนเองนั้นก็กรุ่นได้ที่แล้ว อาการส่ายระริกของเรือนร่างงามที่อุ้มอยู่ก็แสดงออกว่ากำลังจะถึงประตู สวรรค์เต็มทีเหมือนกัน ชายหนุ่มเร่งเครื่องเป็นการใหญ่ หน้าท้องแข็งแรงเป็นกล้ามนั้นหอบเข้าออก ส่งพลังทั้งมวลลงไปยังลำควยอันอวบใหญ่ของตนเอง ควงสะโพกบดครูด อย่างรู้งาน และเจนจัดดีว่าจะเบียดเข้าไปอย่างไรจึงจะกระตุ้นต่อมเสียวของสตรีเพศให้ลุก โชน

อา..การเสพสังวาสที่ไหนจะสร้างความเร้าใจให้กับชายหนุ่มได้มากกว่าการที่ทะลุจุดแตกพร้อมๆ กันกับสตรีที่เขากระเด้าเย็ด

ยิ่งเป็นสตรีตรงหน้านี้ด้วยแล้ว การบรรลุจุดสุดยอดพร้อมๆ กัน เป็นสิ่งที่สร้างความหฤหรรษ์ให้กับชัยชนะอย่างสุดๆ

ปาริฉัตรครางครวญออกมาอย่างเสียวสยิว ความเสียวซ่านที่ถูกปลุกปั่นจากลำทวนยาวของชัยชนะนั้นจนพลุ่งพล่านทะลัก ทะลายแผ่ซ่านไปทั่วทุกขุมขน ร่างบอบบางนั้นกระตุกวาบๆ สองมือที่ยึดไปตรงหัวไหล่หนานั้นจิกเล็บลงไปบนเนื้อของชายหนุ่มอย่างแรงเป็น การระบายอารมณ์ที่แทบจะปลิดปลงให้เธอขาดใจไปเพราะความรัญจวน

"อาาาาาาาาาาา อาาาาาาาาา....อูยยยยยยยย"

ชัยชนะครางอู้ ผสมผสานกับเสียงของหญิงสาว เมื่อเล็บของปาริฉัตรจิกมาที่ไหล่ตัวเอง แต่ความเจ็บนั้นถูกบดบังไปด้วยความมันส์ระดับสุดเหยียดที่แลเห็นสตรีที่เขา ลุ่มหลงจนไถ่ถอนตัวไม่ขึ้นกำลังเสียวสยิวไปกับการเย็ดของตนเอง ทำให้ชัยชนะหัวเราะเสียงกระเส่า

"อาาาาาาา...อาาาา........อาาาาาาาาา..เอ...เอ....อาาาา..คุณชัย....อาาาาาาาาาาาา"

ปาริฉัตรครางครวญกระท่อนกระแท่นเมื่อความเสียวซ่านนั้นพลุ่งพล่านใกล้ทะลัก จุดแตกเต็มทน ชัยชนะอ่านเกมขาดเร่งเครื่องกระเด้าควยเป็นการใหญ่ หัวถอกที่บดครูดไปกับผนังช่องคลอดที่ตอดรัดอย่างแนบแน่นอบอุ่น เสียดสีเร่งเร้าให้ต่อมลูกหมากนั้นฉีดน้ำเชื้อพุ่งจี๊ดออกมาตามลำท่อ

"อาาาาาา. อาาาาวววววววววว........อาซซซซซซซซซซซซซซซ"

ปาริฉัตรสะท้านเฮือก ร่างบอบบางนั้นกระตุกวาบๆ บิดไหวส่ายระริกไปมาอย่างสุดๆ ริมฝีปากบางงามห่อครวญครางออกมาเสียงดัง สองมือจิกแน่นไปตรงบ่าของชัยชนะ ขณะเดียวกันกับที่ชายหนุ่มก็อ้าปากร้องออกมาเสียงดังไม่แพ้กัน หน้าท้องวนเวียนอัดกระแทก พั่บ พั่บ ไม่หยุดหย่อน พาตัวเองและปาริฉัตรทะลุจุดสุดยอด ระเบิดน้ำกามขาวข้นพุ่งเข้าไปในเรือนร่างของหญิงสาวอีกคำรบหนึ่ง

ร่างกำยำของชัยชนะนั้น โอบอุ้มปาริฉัตรผละออกมาจากกำแพง เขาแข็งแรงพอที่กระตุกเอว กระเด้าเย็ดอย่างต่อเนื่องโดยที่ไม่ต้องอาศัยผนังช่วยรองรับน้ำหนักของหญิง สาวซึ่งตัวเบาหวิวราวกับปุยนุ่น เร่งรีดน้ำเชื้อแทบจะทุกหยดหยาดเข้าไปในโพรงสวาทที่ตอดรัดลำควยของเขาอย่าง แนบแน่น

ร่างบอบบางของปาริฉัตรกระตุกวาบด้วยความเสียว เป็นจังหวะๆ ตามการกระแทกของชายหนุ่ม ร่างขาวโพลนเปลือยเปล่าของเธอนั้นฟุบไปบนตัวของชัยชนะ หน้าอกอวบอิ่มนั้นบดลงไปตรงแผงอกของอีกฝ่าย หญิงสาวซบใบหน้าไปกับที่ซอกคอของชัยชนะ ใช้ริมฝีปากบางงามนั้นจุมพิตไปตามลำคอของเขา

"คุณชัย....เก่งมากค่ะ..."

ปาริฉัตรกระซิบ เสียงนั้นหวานพราวราวกับมีมนต์สะกดให้ชายหนุ่มรู้สึกวาบหวามดื่มด่ำ ลืมความแค้น ความโกรธที่มีต่อเธอไปจนหมดสิ้น ค่อยๆ อุ้มร่างงามนั้นกลับไปบนเตียง ก่อนจะวางเธอลงและทิ้งตัวแนบลงไป กอดจูบเฟ้นฟอนไปตามผิวกายนุ่มละเอียดอย่างละลานใจ

"คุณเอที่รัก....คุณเป็นคนที่พิเศษจริงๆ ไม่เหมือนใครเลย..."

ชัยชนะกระซิบ ปากไม่หยุดที่บดเบียดจูบซอนไซร้ไปตามวงหน้างามซึ้งของปาริฉัตร ขณะที่หญิงสาวนั้นประกบปากบางงามของเธอจูบตอบไปอย่างเร่าร้อน สองมือสองแขนตวัดรัด ลูบไล้ไปตามผิวกายของชายหนุ่ม เรือนร่างที่สวรรค์บรรจงสร้างนั้นบิดไหวส่ายน้อยๆ เบียดกระแซะไปกับลำตัวของเขา สร้างความเสียวซ่านกระสันให้กับชัยชนะจนขนลุกชัน อาวุธประจำกายค่อยขยายๆ ตัวเพิ่มขึ้นจากการฝ่อทีละน้อย

"ที่รัก...จำเอาไว้คุณจะต้องเป็นของผมคนเดียว..."

ชัยชนะพึมพำเสียงสั่นพร่า ตอนนั้นทุกอณูภายในร่างกายของเขาเปี่ยมไปด้วยความหฤหรรษ์ที่ได้เสพสพอย่าง สุดๆ ร่างที่พลิกหงายขึ้นทาทาบไปบนเรือนร่างงามนั้น ใช้หัวเข่าถ่างลำขาเพรียวงามราวกับแท่งหยกให้แยกออกจากกัน จ่อจดหัวถอกบานที่แข็งลำขึ้นใหม่ไปตรงกลีบสวาทที่บัดนั้นเอ่อชุ่มไปด้วยน้ำ กามของเขา

ปาริฉัตรนัยต์ตาแพรวพราว ยิ้มออกมาอย่างซุกซน สองมือลูบไล้ไปตามแผงอกที่เป็นกล้ามมัดของชายหนุ่ม ปลายเล็บที่ตัดสั้นเป็นระเบียบนั้นเขี่ยไปเบาๆ ตรงบริเวณหัวนมของชัยชนะ สร้างความกระสันซ่านให้กับเขาจนต้องสยิวกายออกมา

"ไม่พักเหนื่อยก่อนหรือคะ.."

หญิงสาวถามยิ้มๆ นัยน์ตาฉายประกายแววหวานหยอกเย้า จนหัวใจของชัยชนะพองโต กล่าวเสียงกระเส่า

"อาวววว...ที่รักของผม....ผม...ทนไม่ได้แล้ว...."

ชายหนุ่มกล่าวจบ ก็กระทุ้งลำอาวุธยาวใหญ่ทะลวงเข้าใส่โพรงสวาทที่เปิดอ้ารอคอยอยู่แล้วทันที

เสียงประสานแห่งเพลงกามดังสะท้านห้องนอนหลังนั้นอีกครั้ง............ดาวที่ ขับรถตามหลังรถของเริงชัยไปติดๆ อย่างไม่ยอมให้คลาดสายตานั้น ก็พบว่าในที่สุดแล้วรถของหนุ่มใหญ่จอมเจ้าเล่ห์เลี้ยวเข้าไปในภายในอาคารจอด รถของโรงแรมหรูห้าดาวริมหาดหัวหิน เด็กสาวกร้านโลกีย์ผู้สำนึกในความผิดบาปของตนเองนั้น เคลื่อนรถไปจอดในบริเวณใกล้ๆ กัน ก่อนจะรีบออกจากรถ เพราะในเวลานั้นเธอเห็นเริงชัยพาปรีณาเดินเข้าไปในบริเวณทางเชื่อมที่จะตรง เข้าสู่ตัวโรงแรมแล้ว
"บีจ๋า...ไม่ต้องกลัวนะ ...ดาวอยู่ใกล้ๆ ตรงนี้แล้ว"

ดาวส่งคำปลอบไปในใจ ราวกับว่าปรีณาจะรับรู้ได้กระนั้น เด็กสาวเดินแกมวิ่งตามคนทั้งสองไปติดๆ แต่ทว่าทันทีที่เธอเข้าไปสู่ตัวลอบบี้ของโรงแรม ก็ต้องชะงักมีสีหน้ารุ่มร้อนขึ้นมา เพราะทันทีที่เริงชัยกับปรีณานั้นเดินเข้าไปในลิฟต์ตัวหนึ่ง ชายฉกรรจ์ในชุดสูทสองคนที่ยืนอยู่บริเวณหน้าลิฟต์ก็กดปุ่มปิดทันที ไม่เปิดโอกาสให้ใครคนอื่นได้เข้าไปในลิฟต์อีกเลย
ดาวรีรอๆ ตอนนั้นทำอะไรไม่ได้ เด็กสาวก็เพ่งตามองไปยังแสงไฟที่บอกชั้นที่ลิฟต์ตัวนั้นเลื่อนขึ้นไปเรื่อยๆ หนึ่ง...สอง...สาม.....

ดวงตาเฉี่ยวคมของเด็กสาวเพ่งมองไปอย่างไม่กระพริบ จนกระทั่งไฟไปหยุดที่ตำแหน่ง "สิบเอ็ด" นิ่งนาน ดาวก็ท่องหมายเลขนั้นเอาไว้ในใจ
"บีจ๋า...ดาวจะไม่ยอมให้คุณอาเริงชัยทำอันตรายใดๆ ต่อบีแน่นอน ดาวให้สัญญา....."
ดาวส่งคำมั่นสัญญาของตนเอง ผ่านไปให้กับปรีณาอย่างตกลงใจเด็ดเดี่ยว นัยน์ตาเป็นประกายวาว..........................................

รถสปอร์ตตอนเดียวของเชี่ยวชาญพุ่งทะยานฝ่าม่านพิรุณที่โหมกระหน่ำด้วยความ เร็วสูง การขับเคลื่อนของรถคันงามนั้นบ่งบอกความรู้สึกของชายหนุ่มผู้ขับขี่ได้เป็น อย่างดี

ล้อรถคันงามที่รีดน้ำที่เจิ่งนองพื้นผิวถนนเป็นม่านละอองสาดออกไปสองฟากข้าง สร้างความเดือดร้อนให้กับรถยนต์หลายหลากคันที่กำลังแล่นไปอย่างช้าๆ ด้วยความระมัดระวัง จนคนขับรถยนต์หลายครั้งนึกด่าแช่งในใจ

เชี่ยวชาญถึงแม้ว่าจะเป็นคนเอาแต่ใจ ไม่แคร์สายตาใคร อย่างไรก็ตามในยามปกติชายหนุ่มก็ไม่ใช่คนระห่ำถึงขนาดนี้ เพียงแต่ในค่ำคืนนี้ ณ เวลานี้ จิตใจของเขาเร่าร้อนกระวนกระวายราวกับใครเอาไฟมาสุมที่กลางทรวงอก ทันทีที่รู้ว่าบิดาไม่ได้ให้พี่ชายของเขาโทรมาตาม เชี่ยวชาญก็ฉุกใจคิดเรื่องราวทั้งหมดออกทันที

ตอนนี้ไม่ต้องเดา เขาก็แน่ใจว่าชัยชนะพี่ชายของเขานั้นมีเป้าหมายอยู่ที่ปาริฉัตร สตรีที่ตอนนี้เขายอมรับกับตัวเองแล้วว่าหลงรักจนหมดหัวใจ
"พี่ชัย...พี่ชัย..."
เชี่ยวชาญท่องชื่อของพี่ชายตัวเองด้วยความคุมแค้น ใบหน้าของชายหนุ่มเครียดจัด นัยน์ตาขุ่นมัว ขบกรามเป็นสันนูน มือไม้ที่กุมพวงมาลัย รวมไปถึงเท้าที่เหยียบคันเร่งสั่นระริกๆ อย่างควบคุมตัวเองไม่ได้

เพียงแค่คิดว่าจะมีชายคนอื่นแตะต้องผิวกายขาวสดเป็นประกายนั้น ใจของเชี่ยวชาญก็เสียววูบ เจ็บแปลบไปจนถึงกลางอก
อา....นี่หรือที่เรียกว่าความรัก? ความรักที่เขาไม่เคยมอบให้กับใครมาก่อนเลย....
ยามนี้ชายหนุ่มรู้ซึ้งถึงความรู้สึกของชายคนอื่น...ชายคนที่เขากับพี่ชายใช้วิธีการต่างๆ แย่งผู้หญิงของคนๆ นั้นมาครองอย่างย่ามใจ....

รถสปอร์ตตอนเดียววิ่งส่าย แซงซ้าย ปาดขวา พุ่งราวกับจรวด ทะยานมุ่งฝ่าสายฝนกลับไปยังบ้านพักที่อ่าวมะนาวของเขา เสียงเครื่องยนต์คำรามกระหึ่มแข่งกับเสียงฟ้าคำรามที่ไม่มีทีท่าจะยุติความ รุนแรง................................
ปรีณาเดินขาสั่นตามเริงชัยเข้าไปในห้องที่ถูกจัดเตรียมเอาไว้แล้วจากคนของ นักการเมืองรุ่นเก๋าภายในห้องที่ตกแต่งอย่างงดงามนั้น แบ่งเป็นส่วนๆ อย่างเป็นระเบียบ ด้านหนึ่งเป็นบริเวณโซฟาใหญ่หนานุ่มเอาไว้รับรองแขก ประดับไว้ด้วยต้นไม้ใบเขียวสด ข้างๆ บริเวณรับแขกนั้นเป็นบ่อเลี้ยงปลาที่มีปลาสีสวยๆ แหวกว่ายไปมา ให้บรรยกาศที่ทั้งหรูหราทั้งมีศิลป อีกด้านหนึ่งเป็นบริเวณสันทนาการที่มีตั้งแต่ ทีวี เครื่องเสียง เครื่องเล่นดีวีดี รวมไปถึงโต๊ะสนุกเกอร์ขนาดกลาง ดูไปแล้วเป็นห้องที่หรูหรา น่าพักผ่อน แสดงออกถึงความมีระดับของคนที่จับจองเป็นเจ้าของ

ถ้าเป็นเวลาปกติ ปรีณาก็อาจจะอดตื่นใจไปกับความหรูหราภายในห้องแห่งนั้น แต่ทว่าตอนนี้หัวใจดวงน้อยๆ ของเด็กสาวเต้นระทึก ความหวั่นหวาด ขวัญเสีย ท้อแท้ต่อชะตากรรมนั้นปรากฏออกมาทางสีหน้าแววตาอย่างชัดเจนนัยต์ตาดวงโตกลม สวยซึ้งชวนฝันไม่แพ้ผู้พี่นั้น หล่อรื้นเป็นด้วยน้ำใสๆ จนหยดมิหยดแหล่อยู่ตลอดเวลายามที่ชายกลางคน ร่างใหญ่เดินเข้ามาภายในห้องนั้น ปรีณารู้สึกเหมือนตัวเองเหลือตัวนิดเดียว ถ้าเธอเป็นขี้ผึ้งนัยน์ตามีอำนาจนั้นก็แทบจะหลอมละลายเธอจนกลายเป็นของเหลว กองหนึ่ง
เริงชัยกล่าวทักทายชูชาติด้วยน้ำเสียงเคล้าหัวเราะ
"นี่ไงครับ หนูบีที่ผมพูดถึงบ่อยๆ เลยถือโอกาสพามาทำความรู้จักกับท่าน"
จากนั้นหนุ่มใหญ่จอมเจ้าเล่ห์ก็หันมายังปรีณา กล่าวเสียงนุ่มนวล
"หนูบีจ๊ะ ทำความเคารพท่านสิจ๊ะ"
ปรีณาแข็งใจ ย่อตัวพนมมือไหว้อย่างอ่อนน้อม ซึ่งในยามนั้นเลือดภายในกายของนักการเมืองรุ่นเก๋าไหลพล่านด้วยความระทึกใจ เริงชัยพูดถูก เด็กคนนี้ถ่ายรูปไม่ค่อยขึ้นจริงๆ...

ในรูปที่เริงชัยส่งมาให้นั้น ความจริงก็ก่อกวนต่อมราคะของชูชาติให้เสียวกระสันพออยู่แล้ว แต่พอเจอตัวจริงของปรีณาที่เขาเห็นแลตรงนี้ ทำให้ขนทั่วร่างของนักการเมืองรุ่นเก๋าลุกชัน ร่างใหญ่นั้นสั่นระริกๆ ด้วยความปรารถนาที่พลุ่งพล่านขึ้นมา ถึงแม้จะใช้พยายามอย่างถึงที่สุดกลบเกลื่อนความรู้สึกนั้นก็ตาม

นัยน์ตาภายใต้กรอบแว่นตานั้น ถือโอกาสที่ปรีณาก้มหน้าลงต่ำ สำรวจ "สินค้า" ที่ถูกนำมาเสนอถึงปากอย่างละเอียด

อา...ผิวกายที่ขาวสด เปล่งปลั่งสมบูรณ์ไปด้วยเลือดสาวสะพรั่งนั้นดูผ่องผุดผาดเป็นประกายน่าจับ ต้องไปหมดทุกส่วนสัดโดยเฉพาะวงหน้าที่อ่อนหวานน่ารักนั้น ผิวแก้มบางใสจนราวกับจะปลิออกมาได้ถ้าโดนลมพัดแรงๆ ยั่วยวนให้นักการเมืองใคร่อยากจะกระชากเข้ามาฟอนจูบเป็นกำลัง

เหนือสิ่งอื่นใดทั้งหมด ดวงตากลมโตที่ใสซื่อ ไม่มีเล่ห์เหลี่ยม ไร้มารยาที่จะปกปิดความรู้สึกภายใน บ่งบอกกับตัวนักการเมือง

จอมฉาวว่า เด็กสาวเบื้องหน้านี้เป็นสินค้า "เกรดเอ" ที่ล้ำค่า สดใหม่ บริสุทธิ์ คุณภาพระดับพรีเมี่ยม โดยไม่ต้องอาศัยคำโฆษณาของเริงชัยแม้แต่น้อยนิด
ปรีณานั้นเป็นเด็กสาวที่มีรูปสมบัติเพียงพอจะกระชากใจชายทุกคนในโลกให้มาสยบ แทบเท้าได้เหลือเฟือ ถ้าไม่ติดว่าผมทรงบ๊อบสั้นนั้นจะทำให้เธอดูเหมือนเด็กซนๆ ไปสักหน่อยก็ตามยามนั้นนักการเมืองรุ่นเก๋าต้องอาศัยความเจนจัดในเวทีการ เมือง ปกปิดความพลุ่งพล่านภายในเอาไว้อย่างสุดฝีมือ ตรงหน้านั้น

ขยับปากทำทีเป็นเอ่ยทักทายปรีณาราวกับเป็นผู้ใหญ่ที่มีแต่ความเมตตาปราณี เสียเต็มประดา แต่ภายในนั้นใคร่จะถีบส่งเริงชัยที่ยืนเสนอหน้าอยู่ข้างๆ ให้กระเด็นออกไปจากห้อง เขาจะได้ใช้เวลาทั้งหมด ละเลียด เสพสพกับความสดอร่อยของเนื้อสาวแรกรุ่นนี้ให้สาแก่ใจ

เนื่องเพราะความสัมพันธ์ทางกายที่เด็กสาวมีต่อพี่เขยนั้นยังเป็นอะไรที่ หมาดๆ อยู่อย่างมาก ดังนั้นถึงแม้จะมีนัยต์เจ้าเล่ห์เจนสังเวียนกามของชายทั้งคู่ในห้องก็ยังมอง ไม่ออกว่าปรีณานั้นสูญเสียความบริสุทธิ์ให้กับพนมไปแล้วยามนั้นเริงชัย กระแอมไอ เป็นการเตือนสติของนักการเมืองรุ่นเก๋า
"นอกจากจะพาหลานสาวมาทำความรู้จักแล้ว..ผมก็ใคร่จะให้ท่านทบทวนกับข้อเสนอที่เราตกลงกันไว้ครับ.."
ชูชาติหันมามองหน้าเริงชัย ยามที่สายตาของจอมเจ้าเล่ห์ทั้งสองมาประสานกันนั้น ต่างฝ่ายต่างก็อ่านสัญญาณออกอย่างรู้ไส้ รู้ชั้นเชิงกันเป็นอย่างดี นักการเมืองรุ่นเก๋าผงกศีรษะ กล่าวเคล้าหัวเราะว่า
"ได้..ได้สิ...เราคนกันเอง ..มีหรือผมจะไม่ช่วยเหลือคุณเริงชัย"
เริงชัยยิ้มอย่างสดชื่น กล่าวอย่างยิ้มแย้ม
"ถ้าอย่างนั้น เป็นไปได้ผมก็ใคร่จะรออยู่ที่นี่ เพื่อขอรับของไปเลย จากนั้นก็คงจะถึงเวลาที่เราทั้งคู่จะฉลองกันแล้วล่ะครับ..."

หนุ่มใหญ่จอมเจ้าเล่ห์กล่าวอย่างมีนัย ซึ่งนักการเมืองผู้เจนจัด ลอบด่าอีกฝ่ายในใจ แต่สีหน้ายังคงระรื่น ยิ้มแย้มอย่างยินดี

"อ๋อ เรื่องนั้นผมรู้ดี...คุณเริงชัยไม่ต้องห่วง ผมจะจัดการให้คนนำของมาส่งคุณเอง..."
เริงชัยตัวสั่นระริกด้วยความเริงใจ นึกชมเชยความโชคดีของตนเองที่ทำให้ปรีณาพาตัวเข้ามาหาเขาอย่างง่ายๆ ทำให้เขามีโอกาสที่จะช่วงชิงสตรีผู้ที่เป็นสุดปรารถนากลับคืนมาครองอีกครั้ง
ขณะที่สองจอมเจ้าเล่ห์ต่อรอง เจรจากันนั้น ปรีณาฟังรู้เรื่องบ้าง ไม่รู้เรื่องบ้าง ได้แต่ยืนก้มหน้านิ่ง เมื่อเธอได้ยินเสียงหัวเราะของคนทั้งคู่ประสานกัน ดวงตากลมโตนั้นก็ฉายแววเศร้าโศก ยอกแสยงใจ จนสุดประมาณ!!!..........................................
รถสปอร์ตตอนเดียวของเชี่ยวชาญที่ทะยานเข้ามาบรรลุถึงหน้าบ้านพัก อย่างกระชากกระชั้นนั้น พอรถจอดสนิท ชายหนุ่มเจ้าของรถก็พราวดพราดผลุนผลันออกไปจากรถทันทีเป็นเพราะสายตาของเขา ปะทะไปกับประตูหน้าบ้านพักที่ถูกเปิดกว้างออก ท่ามกลางพายุฝนที่โหมกระหน่ำอย่างคุ้มคลั่งเช่นนี้ ทำไมประตูบ้านถึงถูกปล่อยทิ้งค้างเอาไว้เช่นนี้?

ไม่ต้องมีใครบอก เชี่ยวชาญก็ให้คำตอบกับตัวเองได้ว่าต้องมีเรื่องผิดปกติบางอย่างเกิดขึ้น อย่างแน่นอน ด้วยความพลุ่งพล่านเดือดดาลใจจนสุดประมาณ ร่างผอมสูงของชายหนุ่มก็วิ่งพรวดออกไปจากรถ โดยแม้สนแม้แต่จะถอดกุญแจรถคันหรูของตนเอง ปล่อยทิ้งคาพวงมาลัยเอาไว้ในลักษณะนั้น

ภาพแรกที่ปะทะต่อสายตาของบุตรชายคนเล็กของชูชาติ เกรียงไกรวัฒนะก็คือ ร่างที่นอนเหยียดยาวคว่ำอยู่บนพื้นของบอดี้การ์ดของเขา

เชี่ยวชาญดวงตาเบิกกว้างอย่างสุดตระหนกตกใจ ร่างผอมสูงนั้นพรวดพราดข้ามตัวของเดชาที่นอนคว่ำอยู่ตรงไปยังห้องนอนที่อยู่ ติดๆ กันซึ่งในเวลานั้นเปิดประตูกว้างทิ้งไว้
เมื่อบรรลุถึงหน้าห้อง ชายหนุ่มก็เบิกตากว้างราวกับจะถลนออกมานอกเบ้า เมื่อมองเห็นภาพของพี่ชายตนเองกำลังทาทาบกอดก่ายสตรีผู้ที่เขาหลงรักจนหมดใจ
"พี่ชัย!!!!.............."
เชี่ยวชายญตวาดเสียงดังลั่นบ้าน ใบหน้าถมึงทึงบิดเบี้ยว ร่างผอมสูงนั้นปราดเข้ากระชากหัวไหล่ของพี่ชายของตนเองให้ผละออกมาจากเรือน กายของปาริฉัตร

ชัยชนะที่ไม่ทันระวังตัว ร่างกำยำที่ยังคงเปลือยเปล่าถูกเหนี่ยวรั้งจน เซถลาออกไปจากเตียงนอน แต่ทว่า..ร่างที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามของชายหนุ่มพอตั้งหลักได้ ก็สวนกลับไปด้วยหมัดลุ่นๅ เต็มปากเต็มจมูกของน้องชาย เสียงผลัวะดังสนั่น

ร่างผอมสูงของเชี่ยวชาญเซถลาไปอย่างกับนกปีกหัก ชัยชนะย่างสามขุมเข้ามาด้วยใบหน้าเครียด
"นี่คือผลของที่แก หักหลังฉัน..นายเชี่ยว"
ใบหน้าของเชี่ยวชาญเกรอะกรังไปด้วยเลือดที่ไหลออกมาจากจมูก ชายหนุ่มบ้าเลือดขึ้นมา ทั้งเจ็บ ทั้งแค้น ทั้งอาย ทำให้ความปกติที่เขาไม่เคยกล้าสู้พี่ชาย กลายเป็นกระทิงเปลี่ยว พรวดพราดกระโดดเข้าแทกเกิ้ลเหมือนกับนักรักบี้ไปตรงกลางลำตัวของชัยชนะที่ เดินย่ามใจเข้ามาไม่ทันระวัง

ชัยชนะครางออกมาอย่างเจ็บปวด เพราะแรงบ้าเลือดของเชี่ยวชาญไม่ใช่น้อยๆ ร่างผอมสูงที่พรวดเข้ามากระแทกตรงกลางลำตัวทำให้เขาจุกไปเหมือนกัน ร่างกำยำนั้นเซถลาไปกระแทกเข้ากับโต๊ะวางของใกล้ๆ จนล้มระเนระนาด เสียงดังโครมครามปาริฉัตรที่นั่งผวาอยู่บนเตียง วงหน้างามซึ้งนั้นซีดขาว ดวงตาที่จับจ้องไปยังสองพี่น้องนั้นสับสนไปด้วยแววตาที่ทั้งสะใจ ทั้งร้อนรุ่ม ทั้งหวาดหวั่น
ใช่ นี่คือสิ่งที่เธอเฝ้ารอคอย...การล้างแค้น การตอบโต้ผู้ที่ทำร้ายเธอ...ทำร้ายทั้งร่างกายและจิตใจจนปาริฉัตรไม่คิดว่า บาดแผลจากการบาดเจ็บนี้จะถูกรักษาให้หายไปได้ในชั่วชีวิตนี้
นี่คือ...วิถีทางเดียวที่เธอ...ผู้หญิงตัวเล็กๆ คนธรรมดาๆ ที่ไม่มีปาก ไม่มีเสียง ไม่มีกำลัง หรืออำนาจในการต่อรองใดๆ จะตอบโต้ต่อกรกับอำนาจร้ายที่ทำลายชีวิตของเธอ....

แต่ทว่า...เนื่องเพราะพื้นฐานแห่งความดีที่มีอยู่ประจำใจของปาริฉัตร ทำให้หญิงสาวในยามนั้น เปี่ยมไปด้วยความหวาดหวั่นพรั่นพรึงขึ้นมาจากก้นบึ้งแห่งความรู้สึก

ปาริฉัตรอดที่จะส่งเสียงอุทานออกมาอย่างตกใจไม่ได้ เมื่อแลเห็นชัยชนะที่ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยโทสะ ตวัดหมัดหยาบใหญ่กระแทกซ้ำๆ ไปที่ใบหน้าของเชี่ยวชาญ จนหน้าตาแตกยับเยิน เท่านั้นยังไม่พอ พี่ชายคนโตของสองพี่น้องตระกูลเกรียงไกรวัฒนะยังประเคนเข่า และลำแข้งหวดใส่ร่างผอมเกร็งของน้องชายที่เรี่ยวแรงน้อยกว่า ไม่มีทางสู้ได้จนกระเด็นกระดอน กลิ้งเกลือกออกไปนอกห้อง
ชัยชนะแผดเสียงหัวเราะดังลั่น เดินสืบเท้าทั้งๆ ที่ยังตัวเปล่าเปลือยตามน้องชายออกไปนอกห้องนอนเสียงหมัดปะทะเนื้อ เสียงเครื่องเรือนล้มระเนระนาดดังแว่วมาจากด้านนอก ทำให้ปาริฉัตรหน้าซีดเผือด ความรุ่มร้อนที่เผาผลาญมโนธรรมประจำใจ ในที่สุดเธอก็ทนไม่ไหว ผลุนผลันลงไปจากเตียงหยิบเสื้อผ้าที่วันนี้เชี่ยวชาญซื้อให้ใส่อย่างเหลือ เฟือจากตู้มาใส่อย่างลวกๆ ก่อนจะวิ่งออกไปนอกห้อง
ตอนนั้นเธอแลเห็น ชัยชนะยืนจังก้า ขณะที่เชี่ยวชาญนอนแบบอยู่กับพื้น ใบหน้าแตกยับเยินจนจำไม่ได้

ความจริงใจที่เชี่ยวชาญมอบให้กับเธอนั้น บวกกับคุณธรรมความดีในตัว ทำให้ในที่สุดปาริฉัตรใจอ่อนยวบ ตกลงใจยอมอโหสิกรรมให้กับชายหนุ่ม ร่างบอบบางของหญิงสาวผวาลงไปกันตัวของเชี่ยวชาญเอาไว้ ใบหน้างามซึ้งนั้นแหงนขึ้นวิงวอนชัยชนะ
"อย่า..พอเถอะค่ะ..คุณชัยชนะ...เอ..ขอร้อง"
เชี่ยวชาญน้ำตาไหลออกมา ส่งเสียงครวญคราง
"คุณเอ...คุณเอ..."
ขณะที่ชัยชนะที่หน้ามืดตามัวด้วยเพลิงโทสะแล้ว พอแลเห็นปาริฉัตรออกกางกั้นน้องชายตนเองเช่นนั้น ความรู้สึกที่คุมแค้นก็ประดังขึ้นมาอีกคำรบ ใบหน้าของชายหนุ่มกร้านเกรียม ถมึงทึงอย่างน่าหวั่นหวาด
"นี่คุณเห็นมันดีกว่าผมหรือ.."
ชัยชนะตะคอกถาม ใบหน้าของอีกฝ่ายนั้นขู่ขวัญจนปาริฉัตรใจหายวาบ แต่เธอไม่สามารถทนปล่อยให้ชัยชนะทำร้ายเชี่ยวชาญมากไปกว่านี้ได้ จึงไม่ยอมหลบหลีกหนี พยายามส่งเสียงวิงวอน
"ไม่ใช่..อย่างนั้นค่ะ...เอ..เพียงแต่..."
แต่ทว่ายังไม่ทันที่ปาริฉัตรจะกล่าวจบประโยค ชัยชนะก็ใช้มือกำยำนั้นคว้าไปที่ต้นแขนแบบบางของเธอ จับร่างของหญิงสาว

เหวี่ยงกระเด็นหวือออกไปอย่างง่ายดายราวกับเป็นหมอนเบาๆ ก่อนที่จะสืบเท้าเข้าไปกระทืบไปที่หน้าท้องของเชี่ยวชาญที่นอนหมดสภาพอยู่บน พื้นเต็มแรง
"นี่แน่ะ..ฉันจะสั่งสอนให้แกรู้สำนึก..."

ปาริฉัตรที่เซถลาจนหลังไปกระแทกเข้ากับขอบโต๊ะตัวหนึ่ง แม้ว่าจะรู้สึกเจ็บแปล๊บไปถึงทรวง แต่เธอก็ยังผวากลับเข้ามาคุกเข่าลงไปกอดขาของชัยชนะเอาไว้แน่น
"ได้โปรดค่ะ...หยุด...เอขอร้อง..."
บุตรชายคนโตของชูชาตินักการเมืองจอมเก๋าที่ปล่อยให้อารมณ์ร้ายบดบังสติทั้ง หมด ยามนั้นแลเห็นสตรีผู้ที่ตนเองหลงใหลมาปกป้องน้องชายศัตรูความรักของตนเอง ก็พลันบันดาลโทสะขึ้นมาอย่างรุนแรง มือกำยำนั้นขยำไปที่ผมนุ่มยาวกระชากเต็มแรงจนปาริฉัตรหน้าหงาย
ร่างบอบบางนั้นต้องเหยียดขึ้นมาตามแรงกระชากผมของชัยชนะ ซึ่งชายหนุ่มผู้หน้ามืดด้วยโทสะ ประเคนหลังมือตบฉาดไปที่วงหน้างามงดนั้นเต็มแรง ฉาด ฉาด ฉาด!!!
ใบหน้าของปาริฉัตรหงายไปมาตามแรงตบของชัยชนะ โลหิตไหลซึมออกมาจากมุมปาก แต่ดวงตางามชวนฝันนั้นก็ยังคงฉายประกายเด็ดเดี่ยว ไม่ปริปากครวญครางวิงวอนอะไรทั้งสิ้น

ชัยชนะแค่นคำราม เหวี่ยงร่างบอบบางของหญิงสาวกระเด็นไปฟุบลงกับพื้น ก่อนที่จะปราดลงไปนั่งทับ ตบฉาดซ้ำไปบนใบหน้าสวยสะคราญนั้นอีกหลายที ก่อนจะใช้สองมือกุมบีบเค้นลงไปบนลำคองามระหงนั้นอย่างรุนแรงบ้าคลั่ง ปาริฉัตรหน้าซีดเผือด ลำหายใจขัดข้อง ร่างบอบบางนั้นพยายามดิ้นรนให้พ้นจากแรงบีบ แต่กำลังของเธอนั้นไม่มีทางสู้พลังบ้าเลือดของชัยชนะได้เลย ร่างที่พยายามดิ้นรนนั้นค่อยๆ อ่อนแรงลงเรื่อยๆ จนแน่นิ่ง ปวกเปียก...
หญิงสาวที่สติสัมปชัญญะเริ่มเลอะเลือน เพราะขาดอากาศหายใจ ความคิดคำนึงเริ่มล่องลอยออกไปจากตัว...
ใบหน้าของคนที่เป็นที่รักลอยเข้ามาในห้วงคำนึง คุณพ่อ...คุณแม่..น้องสาว...แม่บ้านสายใจ..และในที่สุด..สามีผู้ซึ่งเป็นที่รักยิ่ง....
"พี่หนึ่ง...พี่หนึ่ง........"
ปาริฉัตรครางอยู่ในลำคออย่างโหยไห้ นัยน์ตาคู่งามหลั่งน้ำใสไหลรินออกมาเป็นทาง..............................................
ปรีณาถูกทิ้งให้อยู่ในห้องหรูนั้นคนเดียว หลังจากที่ชูชาติกับเริงชัยพากันเดินออกไป
สักพักหนึ่งก็มีเด็กเสริฟเอาเครื่องดื่มเป็นน้ำส้มเข้ามาวางไว้ก่อนจะเดินออกไป

เด็กสาวแสนสวยที่มีบทเรียนมาจากการถูกมอมยาสวาทมาแล้ว มองจ้องไปยังน้ำส้มแก้วนั้นอย่างรังเกียจชิงชัง ถึงแม้เธอจะไม่รู้ว่าเครื่องดื่มนั้นผสมอะไรอยู่หรือไม่ แต่เธอจะไม่มีวันยอมแตะต้องดื่มเลยเป็นอันขาดแม้แต่จิบเดียว
ปรีณาเดินไปทรุดนั่งตัวลีบอยู่บนโซฟายาวตัวหนึ่งด้วยความรู้สึกเปี่ยมไปด้วย ความทุกข์ทรมาน ในห้วงคำนึงนั้นเต็มไปด้วยภาพต่างๆ ที่สับสนปนเปกันวุ่นว่ายจนแทบจะแยกแยะอะไรไม่ถูกจนกระทั่งพักหนึ่ง ร่างแบบบางของเด็กสาวแสนสวยก็ผวาผุกขึ้นราวกับกวางน้อยระวังไพร เมื่อเห็นประตูห้องนั้นถูกเปิดออกพร้อมกับร่างใหญ่ของชูชาติเดินกลับเข้ามา
นัยน์ตากลมโตนั้นเบิกกว้างอย่างแตกตื่นใจ เมื่อเธอแลเห็นอีกฝ่ายปิดประตูลง
มีเขาเพียงคนเดียวที่เดินเข้ามา!!!
นักการเมืองจอมเจนจัด เดินยิ้มกริ่มเข้าไปหาเด็กสาวที่ยืนตัวสั่นอยู่อย่างย่ามใจ แววตาอันตื่นตระหนก เปี่ยมไปด้วยความหวั่นหวาดนั้นยั่วยวนกวนเพลิงราคะในใจของชูชาติให้พลุ่ง พล่านขึ้นเป็นหลายเท่าทวีคูณ
"ท่าน..ท่าน..คะ..."
ปรีณาส่งเสียงเครือสะท้าน ร่างแบบบางนั้นถอยหลังไปเรื่อยๆ จนไปสุดที่ผนังด้านหนึ่ง วงหน้าแสนน่ารักนั้นอาบไปด้วยน้ำตาใสๆ ที่ไหลรินออกมาเป็นทาง ไหลกลมมนทั้งคู่สะท้านเฮือกๆ ไปตามแรงสะอื้นไห้ชูชาติยิ้มกริ่ม เดินตามไปใกล้ๆ กล่าวเสียงนุ่มนวล
"ไม่ต้องกลัวป๋านะจ๊ะ หนูบี..."
นักการเมืองรุ่นเก๋าพยายามปลอบเหยื่ออันโอชะให้หายตื่นกลัว แต่ทว่าผลกลับเป็นตรงกันข้าม เสียงที่ดัดจนหวานของเขานั้นกลับชำแรกเข้าไปเขย่าขวัญเด็กสาวจนกระเจิด กระเจิง ร่างบอบบางนั้นอ่อนระทวย ด้วยความกลัวที่ปะทุขึ้นจนถึงขีดสุด ปรีณาก็
หน้ามืดทรุดฮวบเป็นลมสลบไปทันที!!!

ในเวลานั้นนักการเมืองรุ่นอวุโสเต็มไปด้วยความฟุ้งซ่านกระสัน ความจริงชูชาตินั้นต้องการลิ้มรสความหอมหวานจากเรือนร่างที่มีสติสัมปะชัญญะ รู้ตัวและตอบสนองต่อการเล้าโลมของเขาอย่างเต็มที่ แต่เมื่อปรีณามาเป็นลมสิ้นสติไปเช่นนี้ วงหน้าอ่อนหวานน่ารักที่หลับตาพริ้มหอบหายใจสะท้อนแผ่วๆ อยู่ก็กระตุ้นความต้องการของนักการเมืองรุ่นเก๋าให้ลุกโชนขึ้นจนไม่สนใจอะไร อีกต่อไปแล้ว

ชูชาติหอบหายใจฟืดฟาด ขณะที่ก้มตัวลงไปโอบอุ้มร่างบอบบางเบาหวิวของปรีณาขึ้นมา กลิ่นหอมรวยรินจากเรือนกายในอ้อมแขนตัวเองปลุกเร้าจนอาวุธประจำกายแข็งโด่

"หอมเหลือเกิน หนูบีของป๋า ตัวก็นุ่มนิ่ม เบาหวิวเลย"

ชูชาติคิดในใจอย่างกระหยิ่ม พาร่างหมดสติของปรีณาไปวางไว้บนโซฟายาว ก่อนจะทิ้งตัวตามลงไปกระแซะ ใช้ริมฝีปากจู่โจมจรดไปตรงริมฝีบางบางได้รูปทว่าซีดเซียวของปรี ณาอย่างกระหายเป็นเป้าหมายแรก

การปลุกเร้าจากรสสัมผัสความนุ่มเนียนของกลีบกุหลาบที่ตนเองบดขยี้ลงไปนั้น ทำให้นักการเมืองรุ่นเก๋าตัวสั่นด้วยเพลิงราคะที่ลุกโชน มือที่กระตุกวาบเนื่องจากความกระสันสุดขีดของชูชาติสอดไปตามลำแขนบางเล็กของ ปรีณา ลูบไล้อย่างหื่นกระหาย พลางส่งเสียงครางครวญออกมาอย่างสุดจะกลั้น

"หนูบีจ๋า น่ารักเหลือเกิน ทั้งหอม ทั้งนุ่มนิ่มไปหมดทั้งตัวอย่างนี้...โอย...ป๋าจะขาดใจรู้ไหมจ๊ะ..ฮ่ะ..ฮ่ะ"

ชูชาติพูดพลาง หัวเราะพลางด้วยความกระหยิ่มใจราวกับจะสื่อสารของปรีณาที่สลบไสลไม่ได้สติได้กระนั้น

โดยไม่ปล่อยเวลาให้ผ่านพ้นไปโดยเปล่าประโยชน์แม้แต่วินาทีเดียว ริมฝีปากหนาของชูชาติก็ละเลงไปตามผิวแก้มบางใส วงหน้าอ่อนหวาน ซอกคอขาวผ่องหอมกรุ่น ดูดดื่มตักตวงความอเร็ดอร่อยจากผิวกายของเด็กสาวอย่างกระหายหิว

ชูชาติตัวสั่นกระตุกไปมา ในเวลานั้นนักการเมืองรุ่นเก๋ารู้สึกเจ็บตรงหว่างขาที่อาวุธประจำกายดันเป้า กางเกงจนตุงเด่ จนต้องรีบลนลานลุกขึ้นถอดเข็มขัดและกางเกงออกไปจนเปลือยกายท่อนล่างล่อนจ้อน โชว์อาวุธอันยาวใหญ่ที่แข็งปั๋งตั้งตรงผงาดราวกับทวน ปลายหัวถอกบานที่เชื่อมไปด้วยน้ำเงี่ยนที่กระปริดออกมาอย่างควบคุมไม่อยู่ นั้นกระตุกหงึกๆ

สายตาของนักการเมืองจอมอื้อฉาวที่มองไปยังปรีณานั้นไม่ต่างอะไรกับหมาป่าที่ คอยจ้องตะครุบลูกแกะอ่อน ก่อนที่จะชูชาติจะทิ้งตัวกลับลงไปใหม่ กระแซะโอบกอดไปยังเรือนร่างของเด็กสาวแสนสวยที่น่าสงสาร นั่งตัวอ่อนระทวยหมดสติไม่มีทางปกป้องตัวเองจากภัยร้ายที่กำลังลุกลามเข้ามา ได้เลยแม้แต่น้อย!!!
..........................

ฝนฟ้าคะนองที่กระหน่ำลงมาทั่วพื้นที่บริเวณอ่าวมะนาวนั้นไม่มีทีท่าจะเบาบาง ลงแม้แต่น้อย มิหนำซ้ำประหนึ่งว่าเหตุการณ์อันน่าประหวั่นพรั่นพรึงภายในบ้านพักเรือนงาม ของเชี่ยวชาญจะยิ่งช่วยกระตุ้นให้ความรุนแรงแห่งพายุฝนนั้นหนักหน่วงเป็น เท่าทวีคูณยิ่งขึ้น

เปรี้ยง เปรี้ยง

แสงสายฟ้าแลบแปรบปราบ พร้อมๆ กับเสียงกัมปนาทดังสะท้านกึกก้องแสบแก้วหู ผสานกับหน้าต่างที่เปิดกว้างออกหลายบานสั่นไหวกระพือไปตามแรงลม เสียงดังปึง ปัง ก่อให้เกิดสภาพเหตุการณ์ที่สุดแสนจะบีบรัดหัวใจภายในบ้านพักหลังนั้น

ชัยชนะที่กำลังขาดสติเพราะความหึงหวง ไม่ได้นึกถึงหรือฉุกคิดใดๆ แม้แต่น้อยนิดว่าร่างแบบบางที่นอนปวกเปียกถูกเขานั่งคร่อมบีบคออยู่นั้นใกล้ ขาดใจเต็มทนแล้ว ยังคงเค้นแรงเขย่ามือขยุ้มขยำไปตรงลำคอบอบบางอยู่อย่างรุนแรงไม่มีรั้งออม ส่งเสียงคำรามในลำคอฟังไม่ได้ศัพท์ราวกลับจะกลายเป็นคนบ้าไปแล้วกระนั้น

ปาริฉัตรนั้นเล่า เรี่ยวแรงที่จะขัดขืนดิ้นรนปลาสนาการไปเนิ่นนานแล้ว บัดนี้หญิงสาวอ่อนระทวยปวกเปียก แน่นิ่งไม่ไหวติง สติสัมปะชัญญะค่อยๆ สูญหายไปทีละน้อยๆ ประหนึ่งเหมือนกับเทียนไขที่ใกล้หมดเชื้อ

ทันใดนั้นเอง เสียงสั่นสะท้านเสียงหนึ่งก็ตวาดขึ้นแทรกท่ามกลางเสียงพายุฝนคะนองที่กระหน่ำลงมาราวกับฟ้ารั่วนั้น

"พี่ชัย...หยุดเดี๋ยวนี้นะ"

น้ำเสียงนั้นกลับเป็นของเชี่ยวชาญที่ดังสั่นระริก เต็มไปทั้งความหวั่นหวาด ความแตกตื่นพรั่นพรึง และความห่วงแหนอาทรปนเปกันอยู่อย่างสับสน

ชัยชนะที่กำลังคลั่ง เหลียงหน้ากลับไปดูน้องชายแว่บหนึ่ง ดวงตาแข็งกร้าวของชายหนุ่มก็เบิกกว้างขึ้น เมื่อมองเห็นวัตถุที่อยู่ในมือของเชี่ยวชาญ

เสียงคลิ๊กดังขึ้น เมื่อเชี่ยวชาญสอดนิ้วของเขาเข้าไปในโกร่งไก

ใช่...ในมือของชายหนุ่มผู้น้องมีปืนสีดำมะเมื่อมกระบอกหนึ่ง ซึ่งเชี่ยวชาญค้นได้จากร่างของเดชาที่นอนคว่ำอยู่กับพื้น เพราะรู้ดีว่าบอดี้การ์ดคู่ใจของเขาจะพกพาเอาไว้กับตัวเสมอ และเนื่องจากการพลิกค้นตามตัวของเดชานั่นเอง ทำให้ตอนนั้นบอดี้การ์ดร่างยักษ์เริ่มได้สติจากการถูกชัยชนะตีหัวจนสลบ ชายฉกรรจ์ร่างล่ำสันสะบัดหน้าด้วยความเจ็บปวดมึนงง ถึงแม้ว่าจะยังลำดับเหตุการณ์ได้ไม่ค่อยชัดเจน แต่เมื่อดวงตาทั้งคู่ของเขาแลเห็นเชี่ยวชาญยกปืนของตนเองเล็งไปยังชัยชนะ ก็สร้างความตื่นตระหนกให้แก่เดชาจนต้องโพล่งออกมาเสียงดัง

"อย่าครับ นาย...."

ร่างกำยำนั้นไม่กล้าขยับเข้าไปหาเจ้านายเพราะเกรงว่าจะไปกระตุ้นให้เกิดปืน ลั่นขึ้น เดชาจึงได้แต่ยืนห้ามอย่างตระหนกตกใจอยู่แต่ทางด้านข้างเท่านั้น

ชัยชนะที่ระงับความตกใจที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลันนั้นได้ แค่นเสียงดังเฮอะ ด้วยรู้นิสัยของน้องชายดีว่าเป็นคนไม่มีความมุ่งมั่นจริงจังในเรื่องใดๆ ทำให้บุตรชายคนโตของชูชาตินักการเมืองรุ่นเก๋ามีสีหน้าหยามเยาะ ประมาทอยู่ในใจว่าเชี่ยวชาญไม่มีทางมีกำลังขวัญในการเหนี่ยวไกปืนนั้นอย่าง เด็ดขาด

ดังนั้นมือกำยำอวบใหญ่ของเขามิเพียงไม่ปล่อยจากลำคอระหงของปาริฉัตรเท่านั้น มิหนำซ้ำยังเขย่าลงไปอย่างเพิ่มแรงบีบเค้นเข้าไปอีกด้วยความริษยาหึงหวง ตกลงใจที่จะบีบรัดสตรีผู้ซึ่งเขาลุ่มหลงนี้ให้ตายไปกับมือ ถ้าเขาไม่ได้เธอ...ก็อย่าหวังว่าจะมีใครในโลกที่จะได้เธอไป..!!!

ความเป็นจริงนั้นชัยชนะรู้จักน้องชายเข้าได้กระจ่างถูกต้องจริงๆ แต่สิ่งหนึ่งที่ชายหนุ่มคาดไม่ถึง และไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะเป็นไปได้นั้นก็คือเชี่ยวชาญนั้นเกิดความรู้สึกที่ จริงใจต่อปาริฉัตร...ความรู้สึกรัก และห่วงอาทรอย่างแท้จริง...

ชายหนุ่มผู้น้องซึ่งเต็มไปด้วยหวั่นพรั่นพรึง แลเห็นสตรีผู้เป็นที่รักนอนปวกเปียก แน่นิ่งไปท่ามกลางการบีบเค้นของพี่ชายของตน ความรู้สึกที่พุ่งปลาบขึ้นมาอย่างกระทันหัน และแรงกล้านั้นเพียงพอที่จะทำให้เขาคิ้วกระตุกอย่างตัดใจ พร้อมกับส่งกำลังไปที่ปลายนิ้วมืออย่างไม่ลังเลใจอีกต่อไป...

เดชาที่ยืนอยู่ด้านข้าง มองเห็นอากัปกิริยาของเจ้านายโดยตรงของตนเองก็แน่ใจได้ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ตัดสินใจอย่างเด็ดขาด พุ่งตัวเข้าไปหาเชี่ยวชาญรวบไปที่กลางลำตัวของอีกฝ่ายอย่างสุดแรงเกิด
เปรี้ยง.....เปรี้ยง.....

เสียงปืนดังกึกก้องกัมปนาท สะท้านขึ้นแทรกเสียงอสนีบาตที่กระหน่ำฟาดมาจากแผ่นฟ้นมืดทะมึนนั้น!!!
........................................

เริงชัยผุดลุกผุดนั่งอยู่ในห้องพักหลังหนึ่งอย่างหงุดหงิดใจ ใบหน้าของหนุ่มใหญ่จอมเจ้าเล่ห์เต็มไปด้วยความขุ่นเคือง รู้สึกเหมือนถูกหักหลังเป็นซ้ำสองจากชูชาติ เกรียงไกรวัฒนะ

ในความรู้สึกของเริงชัยขณะนั้นเหมือนถูกบังคับให้กลืนยาดำอันขมฝาดเข้าไปใน ปากอย่างไม่มีปัญญาหลีกเลี่ยง หนุ่มใหญ่จอมเจ้าเล่ห์นึกแช่งด่างตัวเองที่เขลาไปถนัดใจ ยอมพาปรีณามาหาชูชาติถึงถิ่นในสถานที่แห่งนี้

เพราะเมื่อตนเองหลุดเข้ามาในบริเวณโรงแรมสุดหรูอันเต็มไปด้วยคนของนักการ เมืองรุ่นเก๋า ถึงแม้ว่าตัวเองจะไม่เชื่อใจแม้แต่น้อยกับคำพูดของชูชาติที่ว่าให้เขารอคอย ใจเย็น ๆ แล้วจะให้คนนำตัวปาริฉัตรมาคืนให้เขาเองนั้นจะเป็นจริง แต่ชายฉกรรจ์ในชุดสูทสีดำหลายหลากคนที่เดินนำแกมบังคับให้เขามารอคอยในห้อง นี้ก็สุดที่เริงชัยจะปฏิเสธได้

ในยามนี้ที่ชูชาติหายตัวไปเหมือนในขณะนี้ โดยไม่ต้องให้เห็นกับตา เริงชัยก็คาดคิดได้ว่านักการเมืองรุ่นเก๋าผู้นั้นจะไปไหน?

ยิ่งคิดเริงชัยก็ยิ่งแค้นเคือง นี่เขาต้องมาพลาดท่าเสียทีกับชูชาติเป็นครั้งที่สองอย่างเจ็บปวดกระนั้นหรือ?

หญิงสาวผู้พี่ก็ไม่มีวี่แววหรือน้ำหนักใดๆ ที่จะทำให้อุ่นใจได้ว่าเขาจะได้คืนมา ตอนนี้กลับต้องเสียเด็กสาวผู้น้องไปให้กับอีกฝ่าย หางคิ้วของหนุ่มใหญ่กระตุกถี่ ถี่ นัยน์ตาทั้งคู่นั้นวาวโรจน์...ประดุจเสือที่ต้องกับดักพราน

....................................

ในยามที่ปาริฉัตรรู้สึกเหมือนกับจะล่องลอยไปในอากาศได้ รอบๆ ตัวเธอนั้นมีแสงสว่างห่อหุ้ม ร่างนั้นเบาหวิวลอยสูงขึ้นไปทุกขณะ...ทุกขณะ

แต่ฉับพลันทันใด เสียงกึกก้องกัมปนาทที่แสบแก้วหูสายหนึ่งดังสะท้านขึ้นในโสตประสาท ร่างกายที่จำเดิมเหมือนกับจะหลุดลอยออกไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด กลับหนักวูบร่วงหล่นลงมาด้วยความเร็วสูง จนเสียวสะท้านไปทั่วสรรพางก์ร่างกาย

ในเวลาไล่ๆ กันสุ้มเสียงเอะอะ เสียงตะโกนร้องดังแว่วๆ ขึ้นมา พร้อมๆ กันกับความรู้สึกตัวชัดเจนเรื่อยๆ นั้นกลับคืนมาพร้อมกับความปวดขัดและเจ็บระบมที่บริเวณลำคออย่างรุนแรงจนต้อง เปล่งเสียงไอออกมาแหบสะท้าน

หญิงสาวยังไม่ทันจะลำดับความคิดตั้งสติได้สักเท่าไร โสตประสาทที่นาสิกก็ได้กลิ่นคาวเลือดเหม็นหืนฉุนรมเข้ามาอย่างแรง เปลือกตาของดวงตาคู่งามนั้นกระพริบถี่ถี่

ร่างของเธอถูกเขย่าด้วยมือของใครคนหนึ่ง เมื่อสายตาของเธอปรับให้ชัดเจนขึ้นก็พบว่าเป็นเชี่ยวชาญซึ่งมีใบหน้าเผือด ขาด เต็มไปด้วยความประหวั่นพรั่นพรึงอย่างที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน

"คุณเอ..คุณเอ..."

เชี่ยวชาญพอเห็นปาริฉัตรได้สติก็ส่งเสียงเรียกอย่างสับสนวุ่นวายใจ ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความสับสนอลหม่านแห่งความรู้สึก ดวงตาของเขาละจากวงหน้างามงดของสตรีที่ยังคงนอนอยู่บนพื้น หันกลับไปจับจ้องตรงด้านข้าง ซึ่งมีร่างเปล่าเปลือยกำยำของชัยชนะพี่ชายของเขานอนอยู่ ลำขาแข็งแรงสั่นกระตุก...

เดชาบอดี้การ์ดร่างยักษ์ของเชี่ยวชาญนั่งคุกเข่าอยู่ด้านข้างชัยชนะ กำลังใช้มือกดไปบริเวณลำคอของบุตรชายคนโตของชูชาตินักการเมืองรุ่นเก๋า แต่ทว่าโลหิตแดงสดสายหนึ่งก็ยังคงทะลักกระฉูดออกมาจนแดงฉานเนืองนอง!!!

ปาริฉัตรที่เริ่มรับรู้สภาพรอบตัวได้ ใจหายวาบ รีบยันตัวลุกขึ้นนั่งส่งเสียงถามอย่างร้อนรน

"คุณเชี่ยว...เกิดอะไรขึ้นคะ?" เชี่ยวชาญดวงตาแห้งผาก ส่งเสียงสั่นสะท้าน ด้วยความรู้สึกหวาดหวั่นที่พรั่งพรูขึ้นมาจากความรู้สึกส่วนลึก

"ผม..ผมยิงพี่ชัย..ผมยิงพี่ชัยครับ..ผม..ผมไม่ได้ตั้งใจ...แค่จะยิงขู่เขาเท่านั้น...จริงๆ นะครับ..."

ในเวลานั้นเดชาใช้มือข้างหนึ่งกดบาดแผลของชัยชนะเอาไว้ ทางหนึ่งหันกลับมากล่าวกับเชี่ยวชาญ

"ไม่ไหวครับนาย ผมห้ามเลือดไม่อยู่ เราต้องรีบโทรแจ้งโรงพยาบาลให้ส่งรถมารับตัวคุณชัยชนะโดยเร็วที่สุด.."

เชี่ยวชาญดวงตาฉายประกายประหวั่นพรั่นพรึง ด้วยความหวาดกลัวกับเหตุการณ์ร้ายแรงที่เกิดขึ้น เขาตัดสินใจอย่างฉับพลัน คว้าข้อมือบอบบางของปาริฉัตรเอาไว้มั่น ส่งเสียงร้อง

"ผมจะต้องหนีไปก่อน...คุณเอไปกับผมนะครับ"

ปาริฉัตรผู้ซึ่งกำลังไม่ทันจะตั้งตัวติด ถูกเชี่ยวชาญฉุดกระชากออกไปจากบริเวณนั้นอย่างรวดเร็ว เดชาที่พยายามกดบาดแผลของชัยชนะอยู่ก็หันรีหันขวาง ละล้าละลังไม่รู้จะขยับตัวไปห้ามเชี่ยวชาญได้อย่างไรเหมือนกัน

เชี่ยวชาญผลักร่างของปาริฉัตรให้เข้าไปในที่นั่งตอนหน้าของรถสปอร์ตคันหรู ของตนเองก่อนที่จะอ้อมกลับมายังที่คนขับ ปาริฉัตรส่งเสียงถามอย่างร้อนใจ

"คุณเชี่ยวจะไปไหนคะ..." เชี่ยวชาญส่ายศีรษะ ส่งเสียงสั่นพร่า

"ไม่รู้...ผมไม่รู้...เราต้องไปจากที่นี่ก่อนเท่านั้น.."

ชายหนุ่มว่าแล้วก็เหยียบคันเร่ง ส่งกำลังให้รถคันนั้นหมุนวน ทะยานออกไปอย่างรวดเร็ว

ทันใดนั้นเอง เหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันซ้ำซ้อนพลันบังเกิดขึ้น ขณะที่รถสปอร์ตของเชี่ยวชาญผ่านไปยังตำแหน่งทางแยกหนึ่งแสงไฟจ้าจากหน้ารถ ยนต์อีกคันก็สาดเข้ามาจากด้านข้างพร้อมๆ กับเงาทมึนรถคันหนึ่งพุ่งเข้ามาเบียดกระแทกชนไปตรงบริเวณประตูด้านคนขับ อย่างจังเสียงโครมดังสนั่น

ความแรงของการปะทะนั้น ทำให้รถของเชี่ยวชาญเสียหลักพุ่งวาบตรงเข้าไปกระแทกที่ต้นไม้ใหญ่ที่อยู่ ด้านข้างนั้นอย่างเต็มที่ เสียงดังโครมสะท้านไปทั่วบริเวณพื้นที่นั้น กระโปรงหน้าของรถสปอร์ตคันงามนั้นพังยุบเข้าไปทั้งแถบ

ห้องโดยสารภายในรถนั้นสั่นวาบ กระตุกสั่นสะเทือนอย่างแรง ทั้งเชี่ยวชาญ และปาริฉัตรที่เข้าไปนั่งอย่างฉุกละหุก ต่างฝ่ายไม่ได้สวมเข็มขัดนิรภัยนั้น ร่างพุ่งเข้าไปกระแทกกับคอนโซลด้านหนังด้วยกันอย่างจัง

เสียงครางของชายหนุ่มกับหญิงสาวดังประสานกันด้วยความเจ็บปวด ขณะที่ปาริฉัตรตรงบริเวณศีรษะนั้นแตกเป็นแผลยาวโลหินไหลซึมออกมาแดงฉานเปรอะ วงหน้างามอย่างน่าหวาดหวั่น แต่หญิงสาวยังมีสติพอที่จะยกมือขึ้นกุมหน้าผาก แต่เชี่ยวชาญที่ฟุบไปกับพวงมาลัยรถนั้นแน่นิ่งไปแล้ว ทั้งร่างกายที่บอบช้ำจากการถูกพี่ชายซ้อมมาก่อน จากนั้นการปะทะอย่างแรงที่รถคันนั้นพุ่งมากระแทกที่ประตูด้านข้าง ไปบรรจบกับการที่ร่างกระเด็นไปกระแทกอย่างแรงกับพวงมาลัยทำให้ชายหนุ่มสลบไป คาที่

ปาริฉัตรใจหายวาบ แม้จะรู้สึกเจ็บจี๊ดๆ ที่ศีรษะอย่างแรง แต่สภาพอาการของเชี่ยวชาญนั้นดูไปแล้วน่ากลัวเหลือเกิน ร่างอ่อนปวกเปียก มีเลือดสดๆ ไหลทะลักออกมาจากมุมปากไม่ขาดสาย ทำให้เธอบังเกิดความรู้สึกเป็นห่วงเชี่ยวชาญเหลือประมาณ ทำให้หญิงสาวพยายามเขย่าตัวของชายหนุ่ม พลางส่งเสียงร้องเรียก
"คุณเชี่ยว...คุณเชี่ยว...."

แต่ทว่าไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองใดๆ จากร่างผอมเกร็งที่นั่งฟุบอยู่เลยแม้แต่น้อย ขณะที่ปาริฉัตรกำลังว้าวุ่นใจสับสนอย่างยิ่ง ประตูด้านข้างคนขับที่เธอนั่งอยู่ก็ถูกเปิดออกไปอย่างแรง พร้อมกับมือแข็งแรงอุ้งมือหนึ่งพรวดเข้ามาคว้าไปที่ต้นแขนบางของเธออย่างแนบ แน่น

"ตามผมมา.."

แรงฉุดนั้นกระชากร่างงามของปาริฉัตรออกไปจากรถ ท่ามกลางสายฝนกระหน่ำออกมาอย่างแรง ขณะแรกหญิงสาวยังไม่ทันจำได้ว่าอีกฝ่ายคือใคร แต่พอแสงสายฟ้าแลบแปลบปลาบ ใบหน้ากร้านเกรียมของชายผู้นั้นก็ปรากฏขึ้นเต็มตา
................

มืออันสั่นเทาของชูชาติ เกรียงไกรวัฒนะสอดเข้าไปภายใต้ชายเสื้อยืดตัวที่ปรีณาสวมใส่อยู่ ผิวกายอุ่นละเอียดเนียนมือที่นักการเมืองรุ่นเก๋าสัมผัสได้บริเวณหน้าท้อง นั้น กระตุ้นให้เลือดลมของเขาไหลพล่านด้วยความกระสัน ปลายหัวถอกที่ตอนนั้นบานร่ากระตุกวาบๆ ไปมาอย่างสุดสยิว

"อูยยยย.....เนียนมือป๋าเหลือเกินหนูบี"

นักการเมืองรุ่นเก๋าครางออกมา ขนทั่วกายนั้นลุกซู่ชูชัน ริมฝีปากหนาของเขาทยอยจูบซอนไซร้ไปตามพวงแก้มใส ซอกคออันหอมกรุ่น สองมือที่ปัดป่ายไปตามเนินท้องที่เนียนนุ่มนั้นไต่ขึ้นไปขยุ้มคลึงตรง กระเปาะงามทั้งคู่ที่ห่อหุ้มอยู่ด้วยบราเซียร์ผ้าเนื้อนุ่มอย่างละลานใจ

ความหยุ่นอ่อนและแข็งสู้มือของทรวงอกเต่งเต้าได้รูปสวยนั้นสร้างความกระสัน ซ่านให้แก่นักการเมืองผู้เจนจันจนเพลิงราคะลุกกระพือขึ้น หัวใจเต้นแรง นัยน์ตาแดงก่ำไปด้วยความหื่นกระหาย เปล่งเสียงหัวเราะออกมาอย่างย่ามใจ

ร่างแบบบางของปรีณาถูกผลักให้หงายเอนลงไปกับโซฟายาวหนานุ่มนั้น พร้อมๆ กับที่ชูชาติแสยะยิ้มหื่น ถูฝ่ามือทั้งสองเข้าหากันอย่างมันเขี้ยว ก่อนที่จะสอดสองมือนั้นค่อยๆ รั้งชายเสื้อยืดของเด็กสาวถลกขึ้นไปอย่างช้าๆ ค่อยๆ เผยให้เห็นผิวกายที่ขาวละเอียดอ่อนน่าสัมผัสลูบไล้นั้นทีละส่วนๆ

เมื่อชายเสื้อที่ถูกถลกขึ้นนั้นสูงเลยขึ้นไปเรื่อยๆ นัยน์ตาของนักการเมืองจอมฉาวก็เบิกกว้างขึ้นเรื่อยๆ จนในที่สุดแทบถลนหลุดจากเบ้า เมื่อสองเต้ากระเปาะงามที่ถูกห่อหุ้มด้วยผ้าลูกไม้สีเหลืองอ่อนนั้นชูชัน ขึ้นท้าทายตรงหน้า ลมหายใจสะท้อนแผ่วๆ นั้น ยิ่งทำให้บัวตูมทั้งสองดอกนั้นยิ่งน่าเย้ายวนให้บีบคลึงไปอีกหลายเท่า ภาพที่ปรากฏตรงหน้าทำให้ชูชาติหอบหายใจออกมาฟืดฟาด ส่งเสียงครางในลำคอ

"สวยเหลือเกิน...ถูกใจป๋าอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน รู้ไหมจ๊ะหนูบี..."

ชูชาติพล่ามพูดออกมาด้วยความรู้สึกอย่างแท้จริง เนื่องด้วยความเชื่อฝังหัวว่าปรีณายังคงความบริสุทธิ์ผุดผ่องไม่เคยต้องมือ ชาย ทำให้เด็กสาวตรงหน้านั้นสร้างความปั่นป่วนในจิตใจให้เกิดขึ้นแก่ตัวเขามาก ยิ่งไปเสียกว่ายามที่เขาแลเห็นปาริฉัตรผู้พี่เสียอีก

นักการเมืองรุ่นเก๋าหัวเราะเสียงหื่น ขณะที่ก้มหน้าลงไปใช้ลิ้นโลมเลียไปตามหน้าท้องที่ขาวเนียนนั้น ปลายลิ้นไล่ไต่วนไปตรงร่องสะดือวงกลมได้รูปนั้นอย่างอเร็ดอร่อย สองมือนั้นทำการปัดป่ายไปตามผิวกายละเอียดอ่อนของปรีณาไม่หยุด ความหอมหวาน เนียนนุ่มจากผิวกายที่ได้สัมผัสสร้างความหฤหรรษ์ให้กับชูชาติจนแทบคลั่ง

ขณะที่เด็กสาวแสนสวยผู้น่าสงสารที่แม้ยังคงไร้สติที่จะรับรู้ต่อสิ่งที่ กำลังบังเกิดขึ้นกับตัวเอง ในเวลานั้นนอนตัวสั่นสะท้าน ส่งเสียงคราง ฮือๆ ในลำคอ ด้วยในภวังค์ส่วนลึกนั้นเธอกำลังแหวกว่ายอยู่ในทะเลแห่งฝันร้ายที่ถาถมวน เวียนหลอกหลอนอยู่อย่างไม่สร่างซา!!!.......................

"นายสอน!!!..."

ปาริฉัตรโพล่งออกมาอย่างตกใจด้วยไม่นึกว่าคนขับรถคนสนิทของเริงชัยจะมาปรากฏ กายในลักษณะนี้ ซึ่งนายสอนเวลานั้นไม่พูดอะไรมาก ใช้กำลังคุมบังคับลากตัวของปาริฉัตรให้ตรงไปยังรถของตนเอง

หญิงสาวพอตั้งสติได้ สายตาเหลือบไปยังร่างอันไร้สติของเชี่ยวชาญ ความรู้สึกที่พลุ่งพล่านขึ้นมาในใจอย่างฉับพลันนั้นคือ...เธอจะปล่อยทิ้ง เชี่ยวชาญไว้ในลักษณะนี้ไม่ได้เด็ดขาด

ท่ามกลางสายฝนโหมกระหน่ำ จนพื้นดินในบริเวณนั้นเจิ่งนองไปด้วยน้ำ พื้นผิวที่นายสอนและเธอเหยียบย่ำอยู่เป็นดินโคลนเปียกเละ ปาริฉัตรก็สะบัดตัวเต็มแรง สลัดตัวหลุดพ้นจากการยืดกุมจากนายสอน วิ่งฝ่าสายฝนไปยังประตูด้านคนขับ พยายามเปิดประตูออก แต่ทว่าจากการถูกรถยนต์ที่นายสอนขับกระแทกอย่างจัง ทำให้บังโกลนด้านข้างนั้งย่นยู่ ไม่สามารถเปิดประตูออกได้

"คุณเชี่ยว...คุณเชี่ยว..."
ปาริฉัตรพยายามร้องเรียก เอื้อมมือเข้าไปเขย่าตัวชายหนุ่ม แต่เชี่ยวชาญไม่ได้สติสัมปะชัญญะขึ้นมาแม้แต่น้อย
"ผมบอกให้ตามผมมา!!!"

นายสอนที่ตามมาส่งเสียงกร้าว คว้าไปที่ต้นแขนบอบบางนั้นขยำบีบอย่างแรงไม่ปราณีปราศรัย ลากปาริฉัตรออกไปอีกครั้ง ท่ามกลางการขัดขืนดิ้นรนสุดเรี่ยวแรงของหญิงสาว

"ปล่อยนะ...บอกให้ปล่อย..."

ปาริฉัตรกรีดเสียงร้อง แต่เสียงของเธอนั้นท่ามกลางสายฝนโหมกระหน่ำ เสียงฟ้าคำรามครืนครัน ฟังดูแล้วช่างเบาบางและไร้พลังเสียนี่กระไร นายสอนซึ่งตกลงใจพาตัวปาริฉัตรกลับไปให้จงได้ไม่สนใจอาการขัดขืนนั้น มืออันแข็งแรงจับที่ต้นแขนของปาริฉัตรราวกับปลอกเหล็กไม่มีทางที่หญิงสาวจะ ดิ้นรนให้หลุดพ้นไปได้

หญิงสาวที่ดิ้นรนสุดชีวิตก็ยังหนีไม่พ้น ไม่รู้จะทำอย่างไร ก็ตัดสินใจก้มหน้าลงไปใช้ฟันขาวสะอาดราวกับไข่มุกนั้นกัดไปที่หลังมือของนาย สอน สร้างความเจ็บปวดให้กับคนสนิทของเริงชัยจนสะดุ้งออกมา ต้องคลายมือปล่อย ซึ่งปาริฉัตรก็ออกวิ่งหนีไปทันที โดยมีนายสอนตวาดด้วยโทสะวิ่งตามมา ด้วยความหยุ่นร่วนของพื้นดินและสายฝนที่โหมกระหน่ำแบบไม่ลืมหูลืมตา ทำให้ทั้งปาริฉัตรและนายสอนต่างล้มลุกคลุกคลานไปตามพื้นดินอย่างทุลักทุเล เต็มที

แต่เนื่องเพราะร่างกายอันบอบบางนั้นผ่านการถูกเครี่ยวกรำอย่างรุนแรงมาอย่าง ต่อเนื่องจนบอบช้ำ ทำให้ปาริฉัตรวิ่งหนีไปได้ไม่ไกล ก็ถูกนายสอนพรวดเข้ารวบตัวเอาไว้ได้อีกครั้ง ร่างของทั้งคู่กลิ้งไปตามพื้นดินจนเลอะเทอะไปด้วยโคลน

คราวนี้คนสนิทของเริงชัยไม่ยอมให้ปาริฉัตรได้ดิ้นรนหลบหนีไปอีก เขาคว้าสองแขนอันแบบบางนั้นไพล่หลังเอาไว้ พร้อมกับใช้กำลังทั้งลาก ทั้งฉุด บางครั้งยกตัวของหญิงสาวขึ้นหิ้วไปราวกับยกตัวเด็กๆ ซึ่งปาริฉัตรหมดทางที่จะช่วยเหลือตัวเองให้เป็นอิสระได้ นอกจากจะส่งเสียงกรีดร้องวิงวอน

"อย่าค่ะ...เราปล่อยคุณเชี่ยวไว้อย่างนี้ไม่ได้นะคะ...นายสอน..."

เธอพยายามกล่าวขอร้อง แต่นายสอนแค่นหัวเราะไม่สนใจอะไรทั้งนั้น ลากฉุดหญิงสาวกลับไปที่รถอย่างเดียว

ทันใดนั้นเสียงปืนกัมปนาทแผดก้องขึ้นอีกนัดหนึ่ง เสียงกระสุนฝ่าอากาศหวีดหวิว แล่นผ่านเบื้องบนศีรษะของนายสอนไปหน่อยเดียว สร้างความหวาดหวั่นให้เกิดขึ้นแก่คนสนิทของเริงชัยจนเสียวสันหลังวาบ ปาริฉัตรหันกลับไปก็แลเห็นเดชาคนสนิทของเชี่ยวชาญยกปืนจ้องมา ดวงตานั้นแข็งกร้าว ซึ่งบอดี้การ์ดของเชี่ยวชาญส่งเสียงเหี้ยมเกรียม

"ปล่อยผู้หญิงเดี๋ยวนี้..."

นายสอนที่แลเห็นทีท่าแววตาของอีกฝ่าย ก็แน่ใจได้ว่าเดชาเอาแน่ถ้าขืนตัวเองยังไม่เชื่อฟัง จึงได้แต่ขบกรามกรอด ยอมคลายมือที่บีบรัดข้อมือของปาริฉัตรออก

ซึ่งหญิงสาวพอได้รับอิสระ ก็รีบวิ่งกลับไปที่รถของเชี่ยวชาญ พร้อมกับส่งเสียงเรียกร้องเจ้าของรถสปอร์ตคันงามนั้นอยู่ไม่ขาดปาก ก่อนที่จะหันไปยังเดชาส่งเสียงอย่างร้อนใจ

"โทรแจ้งไปที่โรงพยาบาลเร็วๆ ค่ะ คุณเชี่ยวอาการน่าเป็นห่วงเหลือเกิน.."

เดชาที่สืบเท้าตามติดเข้ามาดูอาการของผู้เป็นนายก็มีสีหน้าตกใจไม่แพ้กัน รีบหยิบโทรศัพท์มือถือออกมา กดปุ่มโทรติดต่อไปยังโรงพยาบาลโดยพลัน

ในเวลานั้นอย่างที่ปาริฉัตรและเดชาไม่ทันสังเกต นายสอนก็ค่อยๆ ขยับเขยื้อนไปที่รถของตนเอง และเมื่อได้จังหวะคนสนิทของเริงชัยก็พุ่งเข้าไปในรถที่ยังติดเครื่อง ค้างอยู่ก่อนจะทะยานออกไปอย่างกระทันหัน

เสียงเครื่องยนต์กระตุ้นให้เดชารู้สึกตัว บอดี้การ์ดร่างยักษ์ตวาดด้วยโทสะ ขยับจะวิ่งตามติดไปใช้ปืนในมือยิง แต่ปาริฉัตรเข้าขวางเอาไว้ก่อน

"อย่าค่ะ...ปล่อยเขาไปเถอะ...พวกเรามาช่วยกันหาทางเปิดประตูรถดีกว่า.."

เดชาก้มลงมองวงหน้างามซึ้งที่บัดนั้นเปื้อนดินโคลนมอมแมม ผมดำขลับที่จำเดิมเป็นประกายพลิ้วนั้นเปียกปอนกระเซอะกระเซิงลู่แนบศีรษะ แต่จะอย่างไรในความรู้สึกของบอดี้การ์ดร่างยักษ์ สตรีตรงหน้านี้ก็ยังคงเต็มเปี่ยมไปด้วยความงามอย่างไม่เสื่อมคลาย

ทันใดนั้นเองเมื่อนึกขึ้นได้ ปาริฉัตรก็เอ่ยถามเสียงกระชั้นถี่

"แล้วอาการของคุณชัยชนะล่ะคะ..."
เดชาใบหน้าหมองวูบ ส่ายศีรษะ คออวบหนานั้นค้อมตกลงเป็นสัญญาณบอก ซึ่งปาริฉัตรยกมือปิดปากตนเอง ส่งเสียงอุทานออกมาอย่างตระหนกใจ
"คุณพระช่วย!!!..."
....อาการแสดงออกถึงความสลดใจอย่างแท้จริงหาได้เสแสร้งแกล้งทำแม้แต่น้อย ทำให้เดชาซึ่งรู้ตื้นลึกหนาบางเป็นอย่างดี ต่อความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นระหว่างหญิงสาวตรงหน้ากับเจ้านายโดยตรงของเขา ทำให้ชายฉกรรจ์ร่างใหญ่อดรู้สึกไม่ได้ว่า ผู้หญิงคนนี้งามทั้งกาย และใจ อย่างที่ไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นไปได้ นัยน์ตาที่แข็งกร้าวของเขาซึ่งจำเดิมเปล่งประกายจากความคิดที่ว่าเหตุการณ์ ร้ายแรงทั้งหมดนี้ล้วนแล้วแต่มีสาเหตุมาจากปาริฉัตรนั้นจึงอ่อนลงอย่างไม่ รู้สึกตัวปาริฉัตรใบหน้าซีดขาวไร้สีเลือด หลับตาคู่งามลง ก่อนที่จะนิ่งขึงราวกับกำลังสวดภวนาให้กับผู้ที่สูญเสียชีวิตไแล้ว ร่างแบบบางที่เปียกปอนเปรอะเปื้อนไปด้วยโคลนเลนนั้นสั่นสะท้านน้อยๆเดชาก็มี สีหน้าแววตาที่สับสน ความประหวั่นพรั่นพรึงนั้นฉายออกมาอย่างชัดเจน เหตุการณ์ที่ร้ายแรงบังเกิดขึ้นอย่างที่ตัวของเขาเองก็ยังบอกไม่ถูกว่าอะไร กำลังรอคอยอยู่เบื้องหน้า ในเวลานั้นบอดี้การ์ดร่างยักษ์ได้แต่ยืนจับจ้องมองดูวงหน้างามงดเบื้องหน้า แน่นิ่ง ก่อนที่จะแลเห็นปาริฉัตรลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อเขาแลเห็นปาริฉัตรเดินไปยังประตูด้านข้างคนขับ และพยายามใช้กำลังขยับเขยื้อนประตู จึงเดินเข้าไปช่วยอีกแรงหนึ่ง แต่ทว่าประตูด้านนั้นพังยับจนขยับไม่ออกแล้ว ไม่ว่าทั้งสองคนจะช่วยกันออกแรงเต็มที่แล้วก็ตาม"สงสัยคงต้องเอาตัวนายออก อีกด้านหนึ่ง"เดชาร้องกล่าวเสียงดังแข่งกับเสียงฝน ขณะที่ปาริฉัตรเองรับทราบแล้วขยับตัวจะวิ่งอ้อมไปอีกด้าน แต่เดชายกมือขวางเอาไว้ก่อน

"อย่า ไม่ต้อง..."

ปาริฉัตรหันมามองด้วยแววตาสงสัย ซึ่งเดชาถอนหายใจตอบว่า

"ไม่มีประโยชน์ ตอนนี้พวกเราไม่ควรขยับเขยื้อนร่างของนายโดยไม่จำเป็น รอให้รถพยาบาลมาถึงก่อน.."

หญิงสาวที่เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าตัวเองหาได้มีความรู้ความชำนาญในเรื่องเคลื่อน ย้ายคนบาดเจ็บ การรอคอยอย่างที่อีกฝ่ายว่าน่าจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด จึงหยุดชะงักลง ยืนมองไปยังร่างกายที่หมดสติของเชี่ยวชาญ พลางคำนึงภวนาไปหาสิ่งศักดิ์สิทธ์ในใจอย่างประหวั่นพรั่นพรึง

"ขอให้คุณพระช่วยคุ้มครองคุณเชี่ยวด้วย เอไม่ต้องการเห็นใครเป็นอะไรไปมากกว่านี้เลย..."

เดชาซึ่งหยุดนิ่งไปครู่หนึ่ง สายตาจ้องไปยังหญิงสาวตรงหน้าซึ่งในขณะนั้นเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายเปียกปอน จนลู่แนบไปกับลำตัว เผยให้เห็นเรือนกายที่งดงามได้รูปสวยไปทั่วทุกส่วนสัดราวกับสวรรค์บรรงจง สร้างมา ทั้งทรวงอกที่อวบอิ่มตระหง่าน เอวที่คอดกิ่วหยิบมือเดียว ไปจนถึงสะโพกผายที่ละลานตานั้นอย่างชัดเจน

บอดี้การ์ดร่างยักษ์รู้สึกเต็มตื้นในหัวใจ ความรู้สึกอย่างหนึ่งที่พลุ่งขึ้นมาทำให้น้ำเสียงของเขาอ่อนลง

"ผมว่าคุณเข้าไปทำความสะอาดตัวเอง และเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่เถอะครับ..."

ปาริฉัตรที่กำลังว้าวุ่นใจกับเหตุการณ์ตรงหน้าจนลืมนึกถึงสภาพของตัวเองไป ชั่วขณะหนึ่ง เพิ่งนึกขึ้นได้ต้องยกมือขึ้นกอดอกที่อวบอิ่มชูชันของตนเองไว้อย่างทันที ใบหน้าที่ซีดขาวนั้นร้อนวูบ เดชาหันหน้าไปอีกด้านหนึ่ง เพื่อไม่ให้อีกฝ่ายรู้สึกประหม่าไปมากกว่านี้ พลางว่า

"รีบเถอะครับ สักครู่คงมีคนมากันที่นี่อีกมาก"

ปาริฉัตรผงกศีรษะ รีบเดินแกมวิ่งกลับไปที่บ้านพักโดยทันที ทิ้งให้เดชาที่ยืนนิ่งอยู่ ณ ที่นั้น จับจ้องมองไปยังสภาพรถที่พังยับเยินของเชี่ยวชาญ ก่อนที่บอดี้การ์ดร่างยักษ์จะยกโทรศัพท์มือถือขึ้นแนบหูอีกครั้ง...

...............................

แม้ว่าภายในห้องพักหรูจะติดแอร์เย็นเฉียบ แต่ความเร่าร้อนในใจของชูชาตินั้นกลับพุ่งทะลักฟุ้งซ่านปั่นป่วนอย่างที่ไม่ ปรากฏมาก่อน ภายใต้การเฟ้นฟอนสัมผัส ดูดดื่มความหอมหวานจากเรือนร่างอันงดงามของเด็กสาวตรงหน้าอย่างที่ไม่มีอะไร จะมาขัดขวางความต้องการของเขานั้น ทำให้นักการเมืองรุ่นเก๋าตื่นเต้นเปี่ยมไปด้วยความทะยานใจ หฤหรรษ์อย่างที่สุด

ในเวลานั้นปรีณาที่นอนเอนๆ อยู่บนโซฟายาว สองแขนแบบบางถูกวางทอดไปทางด้านศีรษะ เสื้อยืดที่เธอสวมใส่ถูกถลกขึ้นไปม้วนคาอยู่บริเวณข้อมือ เผยให้เห็นช่วงแขนที่ขาวผ่องเรียวงามไปจรดรักแร้ใต้วงแขนทั้งสองข้างซึ่งอวด ความเนียน เรียบลื่นไร้ริ้วรอยตำหนิแม้แต่น้อยนิด

สายตาของชูชาตินั้นแทบถลนออกจากเบ้าเมื่อมองเห็นภาพที่เย้ายวนใจตรงหน้า โดยเฉพาะปทุมถันตูมตั้งที่ห่อหุ้มภายใต้ผ้าลูกไม้เนื้อบางเบานั้นสะท้อนขึ้น ลงยั่วยวนให้เขาละเลงมือขยำคลึงไปอย่างกระสันซ่าน

นักการเมืองรุ่นเก๋าใช้ลิ้นโลมเลียไปตามผิวกายที่ขาวผ่องเป็นประกายของปรีณา ราวกับเด็กสาวเป็นอาหารทิพย์อันโอชา บนเรือนกายท่อนบนนั้นไม่มีตารางนิ้วใดรอดพ้นจากปลายลิ้นที่แลบออกมาแปรบปราบ ราวกับลิ้นงูนั้นไปได้เลย โดยเฉพาะตรงร่องอกที่เนินแน่นเนียนนุ่ม และใต้วงแขนที่ขาวเรียบลื่นหอมกรุ่นไร้กลิ่นอับ เป็นจุดที่ชูชาติเลียแล้วเลียอีกอย่างอเร็ดอร่อยไม่มีเบื่อหน่าย

ชูชาติหอบหายใจเสียงกระเส่า รู้สึกคึกคักเหมือนกับตัวเองกลับกลายเป็นหนุ่มใหม่อีกครั้ง สายตาที่จ้องไปยังวงหน้าอ่อนหวานที่หลับตาพริ้มอยู่นั้นเป็นประกาย ส่งเสียงพึมพำกับตัวเอง

"เด็กนี่สวยเป็นบ้า....ถ้าโตอีกหน่อย รู้จักแต่งตัว แต่งหน้า คงจะไม่แพ้พี่สาวแน่..."

ฉับพลันนั้นเรือนกายที่งดงามราวกับสวรรค์บรรจงสร้างมาของปาริฉัตรล่องลอย เข้ามาสู่ในมโนภาพ นักการเมืองรุ่นเก๋าตัวสั่นด้วยความทะยานใจ แสยะยิ้มออกมาอย่างกระสันเมื่อนึกขึ้นกับตัวเองว่าสามารถเก็บสองสาวพี่น้อง นี้เอาไว้บำเรอความสุขตนเองได้ นับเป็นความสมใจอยากอย่างยิ่ง

"ฮะๆ พี่เอเขาสนุกกับป๋าไปแล้ว คราวนี้ถึงตาหนูบีบ้างล่ะนะ.."

ชูชาติกระซิบกระซาบออกมาอย่างหื่นกระหาย ก่อนที่จะก้มกายลงไปปลดตะขอเกี่ยวที่ขอบกางเกงขายาวที่ปรีณาสวมใส่ออก และรูดซิปลงไปจนสุด

ทันใดนั้น ผิวกายตรงหน้าท้องที่ขาวผ่อง ราบเรียบ เนื้อผ้านุ่มบางเบาซึ่งเป็นปราการด่านสุดท้ายที่ปรีณาสวมใส่เผยออกมาให้ นักการเมืองรุ่นเก๋าแลเห็นถนัดตา

ชูชาติตัวสั่นสะท้าน ใช้กำลังครูดกางเกงขายาวตัวนั้นลงไปเรื่อยๆ และเบิ่งตาจนแทบถลนจับจ้องมองไปยังเรือนกายที่ค่อยปรากฏออกมาอวดความงดงาม

เมื่อถลกกางเกงขายาวลงไปจนถึงบริเวณหัวเข่า ท่อนขาที่ขาวผ่องเพรียวงาม ไล่ประกอบไปจนถึงเนินเนื้อที่นูนแน่นที่มีกางเกงในบางเบาชั้นสุดท้ายห่อหุ้ม อยู่ ก็ทำให้ชูชาติก็อดใจไม่ไหวอีกต่อไป ต้องละมือที่หยาบหนาแสดงถึงการผ่านคลื่นลมฝนมาอย่างโชกโชนของเขาเคลื่อนเข้า ไปสัมผัสความนวลเนียนของหน้าตักขาวผ่องที่เผยโฉมออกมาอย่างละลานใจ ความนุ่มนิ่มที่ราวกับไร้กระดูกที่นักการเมืองรุ่นเก๋าสัมผัสได้ ทำให้ลำอาวุธที่แข็งโด่นั้นกระตุกเด้งไปมาอย่างเสียวกระสัน ทำให้หัวถอกบานใหญ่นั้นปริดน้ำเงี่ยนออกมาจนชุ่มโชก

"อูย..ป๋าจะทนไม่ไหวแล้ว หนูบีคนสวยของป๋า..."

ชูชาติส่งเสียงกระเส่า เพราะรู้สึกว่าถ้าขืนรอต่อไปมีหวังน้ำกระฉูดออกมาก่อนแน่ๆ จึงควับมับไปที่ขอบยางของกางเกงในตัวน้อยตระเตรียมฉีกกระชากออกมา เปลี่ยนใจจากความคิดเดิมที่จะค่อยๆ ละเลียดดื่มด่ำความหอมหวานจากเรือนร่างตรงหน้า

ทันใดนั้นเอง เสียงสัญญาณจากเพจที่พกติดตัวก็ดังขึ้นจากบริเวณกองกางเกงที่เขาถอดทิ้งไว้บนพื้น

เสียงสัญญาณดัง ติ๊ด ติ๊ด ต่อเนื่อง

นักการเมืองรุ่นเก๋าใบหน้าบูดบึ้งด้วยความโกรธอย่างสุดขีด ที่มีใครบังอาจมาขัดขวางเขาในเวลานี้

"บัดซบ...ใครวะ"

ชูชาติส่งเสียงตวาดดังออกมาอย่างเกรี้ยวกราด ใบหน้าถมึงทึง พรวดพราดจากตัวของปรีณาไปค้นเอาเพจติดตามตัวออกมาเปิดดู

ทันทีที่เห็นเบอร์เรียกเข้านั้น คิ้วหนาของชูชาติก็เลิกขึ้น

เบอร์นี้เป็นอันรู้กันดีระหว่างคนของนักการเมืองรุ่นเก๋า แสดงให้ชูชาติรับรู้ว่ามีเรื่องสำคัญชนิดร้ายแรงเกิดขึ้น จำต้องให้เขาได้รับรู้ไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ใดๆ

คนของเขาจะไม่เพจเบอร์นี้มาเล่นๆ อย่างแน่นอน

ความโกรธของนักการเมืองรุ่นเก๋าเริ่มสงบลงเปลี่ยนเป็นความประหลาดใจสงสัยขึ้นมาแทนที่

พร้อมๆ กับลางสังหรณ์บางอย่างพลุ่งขึ้นมาจับใจ ทำให้อาวุธประจำกายอันยาวใหญ่ที่กำลังบานร่าอยู่อย่างเต็มที่นั้นค่อยๆ ฝ่อตัว หดเล็กลงอย่างรวดเร็ว

สีหน้าแววตาของชูชาติเต็มไปด้วยริ้วรอยแห่งความกังวลอันซ่อนเร้น

เกิดเรื่องอะไรขึ้น?
.......................................

เสียงโทรศัพท์มือถือที่ดังขึ้นกระทันหัน ทำให้เริงชัยสะดุ้งขึ้นจากภวังค์ความคิด พอมองเห็นว่าเป็นใครโทรติดต่อมาก็รีบยกขึ้นรับ

เสียงรายงานอย่างเร่งร้อน ที่ดังมาจากอีกด้านหนึ่ง ทำให้ใบหน้าของหนุ่มใหญ่จอมเจ้าเล่ห์แปรเปลี่ยนไปมาอยู่บ่อยครั้ง

แววตาของเริงชัยก็สาดประกายวูบ ความรู้สึกหลายหลากที่สับสนอลหม่านอยู่ในใจ พร้อมเพรียงกันประดังฉายออกมาจากแววตานั้น

มันมีทั้งประกายตาแห่งความสาแก่ใจ และหวาดวิตกกังวลผสมผสานกันอยู่

หนุ่มใหญ่จอมเจ้าเล่ห์ ใช้ความคิดอย่างหนัก ก่อนที่จะเอื้อนเอ่ยสั่งการลงไปอย่างรวดเร็ว

"มึงรีบมาหากูเดี๋ยวนี้เลย..."

......................................

ชูชาติเดินออกไปจากห้องพักอันหรูหรานั้นอย่างรีบร้อน ที่หน้าประตูเขาสั่งการกับชายฉกรรจ์คนหนึ่งให้เฝ้าประตูเอาไว้ให้ดี อย่าให้ใครเข้าออกโดยเด็ดขาด

ก่อนที่นักการเมืองรุ่นเก๋าจะเดินออกไป ด้วยความร้อนใจทำให้ไม่ทันสังเกตว่าพนักงานหญิงรับใช้ที่ยืนทำความสะอาดโต๊ะ วางดอกไม้ที่อยู่ในเฉลียงเดียวกันนั้น มีความสวยสดงดงามเป็นพิเศษ อย่างที่ไม่น่าเชื่อว่าจะมามีอาชีพเป็นพนักงานทำความสะอาดเช่นนี้

ปลายหางตาของพนักงานทำความสะอาดคนนั้น เหลือบมองความเป็นไปที่เกิดขึ้นหน้าประตูห้องนั้น ด้วยใจที่เต้นแรงด้วยความตื่นเต้น

ภายในสมองที่กำลังพล่านด้วยความคิดอ่าน ดวงตาคมกริบคู่นั้นกลอกตลบไปมาอย่างชั่งใจ ก่อนที่จะจบลงด้วยประกายตาอันหมายมาด

ทันใดนั้นริมฝีปากอิ่มงานนั้นก็ถูกปั้นเป็นรอยยิ้มอันผุดผาดบาดตาบาดใจขึ้น มา ก่อนที่เธอผู้นั้นจะเดินเข้าไปหาชายฉกรรจ์ในชุดสูทที่ยืนอยู่หน้าห้อง

ดวงตาดำขลับเป็นประกายหลิ่วให้อย่างล้อเล่น ขณะที่สายตาของชายในชุดสูทเบิกกว้างอย่างตะลึงลานในรูปโฉมของสตรีที่ยืนตรง หน้าจนต้องกลืนน้ำลายๆ เหนียวๆ ลงคออย่างยากลำบาก

พนักงานทำความสะอาดคนนั้น จะเป็นใครอื่นถ้าไม่ใช่ดาว?

......................................

ปาริฉัตรที่อาบน้ำชำระร่างกาย เปลี่ยนเครื่องแต่งตัวใหม่ แม้จะอยู่ในชุดเสื้อยืดกางเกงขายาวแบบง่ายๆ แต่ผมยาวดำขลับซึ่งยังเปียกชื้นสยายอยู่กลางหลัง ก็ขับให้วงหน้านั้นงดงามกระจ่างราวกับจันทร์เพ็ญสุกสกาว

แต่ทว่าในเวลานั้นสายตาของชายกลางคนที่นั่งตระหง่านอยู่ตรงกันข้ามกับเธอหา ได้มองมาอย่างชื่นชม หลงใหลแต่อย่างใด ทว่ากลับเปล่งประกายเจิดจ้า แวววาวอย่างน่าหวาดหวั่นสะพรึงกลัว

อย่างไรก็ตาม ใบหน้าอันงามซึ้งของหญิงสาวก็ยังคงสงบเงียบ สำรวม ปราศจากอาการแสดงออกถึงความหวั่นหวาดใดๆ แม้แต่น้อย

นักการเมืองรุ่นเก๋าอย่างชูชาติ แสดงให้เห็นถึงธาตุแท้ และประสบการณ์ที่สมกับฝ่าฟันอุปสรรคมานานับประการ

ลูกชายหัวแก้วหัวแหวน สองคน หนึ่งตกตาย หนึ่งบาดเจ็บสาหัส....

แต่สีหน้าทางภายนอกนั้นยังคงนิ่ง จะมีก็แต่แววตาที่พลุ่งพล่าน ถ้าจะประดุจเป็นมีดเล่มหนึ่ง ตอนนี้เรือนร่างของปาริฉัตรคงถูกฟาดฟันออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยไปเนิ่นนาน แล้ว

หญิงสาวถูกนำตัวมาหาชูชาติ ณ ที่โรงแรมริมหาดหัวหินแห่งนี้ ทันที่นักการเมืองรุ่นอวุโสทราบเรื่อง ขณะที่ร่างอันบาดเจ็บสาหัสของเชี่ยวชาญถูกนำส่งโรงพยาบาลไปอย่างด่วนที่สุด

ตั้งแต่ที่ปาริฉัตรถูกนำตัวเข้ามาในห้องพักอันหรูหนาแห่งนี้ จนกระทั่งชูชาติเดินเข้ามานั่งตรงเบื้องหน้าของเธอ ในห้องมีแต่ความเงียบ เงียบอย่างที่สุด

ชูชาตินั่งพิงพนัก สายตาไม่คลาดไปจากวงหน้าอันงามงดตรงหน้าแม้แต่แว่บเดียว ขณะที่เจ้าของวงหน้านั้นเล่าก็นั่งเหยียดตรง สายตามองลงไปยังปลายเท้าตนเอง สงบ แน่วนิ่ง

บรรยากาศภายในห้องพักนั้น แม้ว่าจะเงียบกริบ แต่ในความเงียบนั้นไม่ต่างอะไรกับผิวน้ำที่แอบซ่อนคลื่นแห่งความพิโรธเอาไว้ ภายใต้ เตรียมพร้อมจะระเบิดออกมาทุกเมื่อ ก่อให้เกิดเป็นบรรยากาศที่บีบคั้นจิตใจผู้คนอย่างสุดประมาณ

ทั้งสองนิ่งไปนานเท่าใดก็ไม่มีใครทราบ จนกระทั่งภายในความเงียบถึงที่สุดนั้น เสียงโทรศัพท์มือถือของชูชาติก็สะท้านขึ้นแทรกความสงบนั้น ราวกับเป็นเสียงของภูติร้ายยามวิกาล สร้างความตื่นตระหนกให้แก่ผู้รับฟัง จนสะท้านใจขึ้นมาแทบทุกตัวคน

ปาริฉัตรก็ไม่มีละเว้น หญิงสาวใจหายวาบ สายตาที่เหม่อจ้องมองที่ปลายเท้านั้น แหงนขึ้นสู้สบสายตาของชูชาติที่เต้นระริกไม่แพ้กัน ขณะที่ยกมือถือขึ้นจรดหูตัวเขาเอง

เมื่อเขาได้ยินข้อความจากทางปลายสาย ประกายตาของนักการเมืองรุ่นเก๋าสาดประกายเจิดจ้าทันที

ประกายตาที่โชนด้วยแววแห่งความอาดูรและคับแค้น ที่พลุ่งพล่านออกมาจากความรู้สึกส่วนลึกแห่งความเป็นบิดา ซึ่งแม้กระทั่งประสบการณ์อันโชกโชนและความสามารถของนักการเมืองรุ่นเก๋า อย่างชูชาติก็ระงับเอาไว้ไม่ได้

ปาริฉัตรที่นั่งอยู่ ณ ที่นั่งตรงกันข้ามนั้น อ่านประกายตานั้นออกได้อย่างชัดเจน พลันรู้สึกใจหายขึ้นมาอย่าง จนตัววาบหวิว ร่างสั่นระริกน้อยๆ อย่างสุดจะข่มกลั้น

..................................

ท่ามกลางผู้คนที่สับสน อลหม่าน วิ่งกันให้วุ่นวายขวั่กไขว่ ส่งเสียงเอะอะกันให้แซ่ด ฟังไม่ได้ศัพท์ภายในบริเวณหน้าห้องผ่าตัดนั้น ร่างสูงใหญ่ของบอดี้การ์ดประจำตัวของเชี่ยวชาญแอบเดินหลบไปอย่างเงียบๆ ใบหน้ากร้านเกรียมนั้นมีร่องรอยครุ่นคิดอย่างหนักหน่วง

เดชายังจำภาพใบหน้าที่บิดเบี้ยวไปด้วยความเจ็บปวดของเชี่ยวชาญได้ติดตา ดวงตาที่แทบจะเปิดไม่ขึ้น มืออันสั่นเทาอ่อนล้าที่กำมือเขาเอาไว้แน่น

"...พา..คุณเอ...ไป..ให้...ไกล...."

ในห้วงคำนึงของชายฉกรรจ์ร่างยักษ์ สุ้มเสียงอันเหนื่อยอ่อนแหบพร่าของเจ้านายหนุ่มยังคงวนเวียนอยู่ไม่สร่างซา

เดชามองตาของเจ้านายโดยตรง แลเห็นความวิตกกังวลรุ่มร้อนที่กำลังแผดเผาอยู่ในใจของอีกฝ่าย พร้อมๆ กับรู้แน่แก่ใจดีว่าเชี่ยวชาญนั้นเกรงกลัวอะไร

"พา..ไป...ให้...ได้"

สุ้มเสียงติดขัด แหบกระตุกเบาแผ่วจนแทบไม่ได้ยินนั้น ถูกกางกั้นด้วยบุรุษพยาบาล และบรรดาหมอที่วิ่งวุ่นกันเข้ามารุมร้อน ก่อนที่เตียงของเชี่ยวชาญจะถูกเข็นเข้าไปในห้องไอซียูอย่างเร่งด่วนที่สุด

เดชาเฝ้าครุ่นคิด ใครคร่วญถึงคำสั่งสุดท้ายของเชี่ยวชาญ ดวงตาที่สับสนไปด้วยความวิตกกังวล ความประหวั่นพรั่นใจต่ออนาคตที่กำลังจะมาถึง

ในโมภาพนั้น วงหน้างามซึ้ง ดวงตาอันเศร้าสลดเปี่ยมไปด้วยความเมตตากรุณาของสตรีคนนั้นล่องลอยเข้ามา

แววตาของเดชาแข็งกร้าว สะบัดศีรษะอย่างแรงๆ หลายครั้ง ภายในใจนั้นรุ่มร้อนไปด้วยกำลังต่อสู้กันระหว่างความรู้สึกสองประการอย่าง สับสน อลหม่าน ว้าวุ่นอย่างเหลือประมาณ

และในที่สุดเมื่อเสียงเอะอะโวยวายดังขึ้นรอบๆ สีหน้าแววตาของคนในบริเวณนั้น บรราดาหมอพยาบาลที่จับกลุ่มคุยกันอย่างซุบซิบ ทำให้เดชาใจหายวาบ

พร้อมๆ กันนั้นเองที่เขาอาศัยจังหวะที่ทุกคนกำลังวุ่นวายกันใหญ่ไม่ทันสังเกต รีบหลบเลี่ยงออกมาจากบริเวณนั้นอย่างเงียบๆ ด้วยความร้อนใจ

คำสั่งเสียของเชี่ยวชาญยังคงก้องให้โสตประสาท บอดี้การ์ดร่างยักษ์ถอนหายใจอย่างเหนื่อยอ่อน เนื่องด้วยรู้ดีว่าบัดนี้ปาริฉัตรคงจะถูกควบคุมตัวอยู่ภายใต้กรงเล็บอัน อำมหิตของชูชาติ ผู้ซึ่งจะบังเกิดความเดือดดาลคั่งแค้นสักปานใดเนื่องจากเหตุการณ์ที่เกิด ขึ้นในคืนนี้ก็สุดจะประมาณได้

คำขอร้องของเชี่ยวชาญเขาจะมีปัญญากระทำได้หรือ อย่าว่าแต่บอดี้การ์ดร่างยักษ์ตระหนักแน่แก่ใจดีว่า

ตัวเขาเองในฐานะคนคุ้มกันภัยของเชี่ยวชาญมีหรือจะรอดพ้นชะตากรรมไปได้?

ถ้าเผื่อหลบหนีไปให้สุดหล้าฟ้าเขียว ณ แต่วินาทีนี้ ยังพอมีโอกาสพาตัวรอดพ้นไปได้

ในเวลานั้น มโนภาพของเขาปรากฏวงหน้าอันงามเลิศ ความเมตตากรุณา คุณสมบัติที่เธอแสดงให้เขาเห็นประจักษ์ว่าไม่ใช่แค่งามแค่รูป หากแต่ทั้งงดงามเพียบพร้อมทั้งภายในจิตใจด้วย ทำให้ดวงตาอันแข็งกร้าวของเดชานั้นวุ่นวายสับสนจนถึงขีดสุด


.......................................

ดาวพาเรือนร่างอันอวบอิ่ม รอยยิ้มที่บาดตาบาดใจ กระแซะเข้าไปหา ชายฉกรรจ์ร่างสูงที่ยืนเบิกตามองมายังเธอ พร้อมกับส่งเสียงทักทาย

"สวัสดีค่ะพี่...พี่ชื่ออะไรคะ"

ชายหนุ่มใจเต้นระทึก ด้วยความปราโมทย์ ยินดี ส่งเสียงหวานตอบ

"เรียกพี่ว่าพี่มากก็ได้จ้ะ แล้วน้องสาวล่ะจ๊ะ"

ดาวหัวเราะคิกคัก ใช้แววตาอันคมกริบ หวานฉ่ำมองตอบกับแววตาอันกระหายหิวของอีกฝ่าย ด้วยอ่านสายตาคู่นั้นออกเป็นอย่างดี

"หนูชื่อดาวค่ะ..."

มากยิ้มแก้มแทบปริ กลิ่นหอมที่รวยรินจากเรือนร่างอวบอัด ลอยแตะเข้าจมูก เมื่อยามที่ดาวเดินกระแซะเข้ามาใกล้ๆ อย่างนี้ จนทำให้ท่อนเอ็นของเขาขยับขยายตัวออกอยู่ตรงใจกลางเป้ากางเกง

"พี่ขา..ไอ้ดวงเพื่อนหนู คนที่เข้าไปในห้องเมื่อตะกี้ ตอนเอาน้ำไปบริการ บอกกับหนูว่าเห็นเด็กสาวในห้องสวยเป็นบ้า หนูอยากเห็นบ้างจังค่ะ ขอหนูเข้าไปดูหน่อยได้ไหมคะ"

มากยิ้มกร่อยๆ หัวเราะเบาๆ เกาศีรษะ

"โธ่ น้องดาวจะไปดูทำไมล่ะจ๊ะ พี่มากไม่เห็นประโยชน์เลย"

ดาวค้อน กระแซะเข้ามาใกล้ พร้อมกับใช้มือเข้าเกี่ยวแขนของมากเอาไว้ กล่าวเสียงกระเง้ากระงอด

"แหม ดาวขอเข้าไปดูแว่บเดียวไม่ได้หรือคะ เห็นไอ้ดวงพูดให้ฟัง แล้วอยากจะรู้จริงว่าจะสวยสักแค่ไหนกันเชียว"

ชายหนุ่มแลเห็น อาการของดาวแล้วก็นึกออกว่าอีกฝ่ายอยากเปรียบเทียบตนเองกับเด็กสาวที่อยู่ใน ห้อง มากตอนนั้นกลืนน้ำลายเหนียว ๆ อย่างยากลำบาก ด้วยร่างอวบอัดที่อยู่ข้างๆ นั้นเร้าความรู้สึกแห่งความเป็นชายให้โลดเร่าขึ้นในใจอย่างพลุ่งพล่านอย่าง แรง

แต่จะอย่างไร ถึงในเวลานั้นมากจะรู้สึกกระสันไปกับเรือนร่างของเด็กสาวเบื้องหน้าสักเพียง ไร แต่ก็อดที่จะยอมรับไม่ได้ว่าเมื่อเทียบกับ "เด็กสาวในห้อง" แล้ว ยังคงด้อยกว่าอยู่ไม่น้อย

"โธ่ เชื่อพี่มากเถอะ จริงๆ แล้วก็ไม่ได้สวยอะไร น้องดาวคนนี้ของพี่สวยกว่าเยอะ"

มากทำเป็นพูดไปเพื่อผลักภาระให้พ้นๆ ตัว พร้อมกับใช้มือตวัดไปจับตรงเอวคอดของเด็กสาวเอาไว้ บีบขยำอย่างมันมือ ซึ่งดาวบิดส่ายอย่างยวนยั่ว พร้อมๆ กับรบเร้าไม่ยอม

"ไม่เอา ดาวจะขอเข้าไปดูเห็นกับตาหน่อย พี่มากให้ดาวไปดูหน่อยนะคะ..เดี๋ยวเดียวเอง.....น่านะคะ..พี่มากคนดีของดาว.."

พร้อมๆ กันนั้นมือนุ่มของเด็กสาวเลื่อนไปประกบเป้ากางเกงของชายหนุ่มที่กำลังตุง ขึ้นจนพองออกมา ใช้ลีลาเขย่าคลึงเบาๆ อย่างชำนาญ สร้างความเสียวกระสันให้แก่เจ้าของหนุ่มจนขนทั่วร่างลุกชัน สูดปากเบาๆ ส่งเสียงครางกระเส่าอย่างเป็นสุข

"อูยยยย....อาาาาาา...น้องดาว......อาาาาาาาาา....ดีจังงง....."

ดาวหัวเราะคิก เขย่งตัวเข้าไปใช้จมูกไซร้ไปที่ลำคอของมาก กระซิบเสียงหวาน

"เข้าไปข้างในได้ไหมคะ...เดี๋ยวเดียวเอง.."

ท่วงท่าคร่าขวัญกระตุกวิญญาณของเด็กสาวผู้ชำนาญในกามโลกีย์นั้น ปลุกปั่นจนชายหนุ่มตัวอ่อนระทวย ถึงแม้จะมีความเกรงกลัวในตัวของชูชาติอยู่มาก แต่คิดในใจว่า

"ไม่เป็นไร...ให้ดูแป๊บเดียวก็ออกมา คงไม่มีใครรู้"

เมื่อคิดได้ดั่งนั้น มากก็เลยหัวเราะ โอบร่างงามของดาวเข้ามาจูบไซร้ไปที่ซอกคอขาวผ่องของเธอ กระซิบ

"ถ้าพี่มากยอมให้น้องดาวไปดูแล้ว พี่มากจะได้รางวัลอะไรจ๊ะ"

ดาวหัวเราะคิกคัก กระซิบตอบเสียงหวาน

"อะไรก็ได้ค่ะ ดาวให้หมด..."

คำตอบของเด็กสาวทำให้มากใจเต้นระทึก อาวุธประจำกายแข็งโด่กระทุ้งเป้ากางเกงจนเจ็บหัวถอก ในเวลานั้นเหลียวซ้ายแลขวาเมื่อแน่ใจว่าไม่มีใครเดินผ่านมาแล้ว ก็รีบผงกศีรษะเปิดประตูพาดาวหลบเข้าไปในห้องพักทันที

ดาวกวาดตาไปในห้องโดยรอบ และจับไปยังร่างไร้สติของปรีณาที่ยังคงนอนขวางอยู่บนโซฟาทันที

ซึ่งด้วยความที่ชูชาติผลุนผลันออกไปจากห้อง ในเวลานั้นร่างขาวผ่องประดุจหยกของปรีณา จึงยังคงกึ่งเปลือยนอนสลบไม่ได้สติอยู่ สองแขนแบบบางทอดไปทางศีรษะ มีเสื้อยืดที่เธอสวมใส่ถูกถลกไปม้วนคาที่บริเวณข้อมือ ขณะที่กางเกงขายาวถูกครูดถลกลงไปจนถึงบริเวณหัวเข่า

ดวงพุ่งเข้าไปหาร่างไร้สติของปรีณายังเป็นห่วง แววตาเต็มไปด้วยความกังวลร้อนรุ่ม ขณะที่ดวงตาของมากที่เดินตามเข้ามาเบิกถลนจ้องมองไปยังเรือนร่างของปรีณาจน แทบถลนออกจากเบ้า

ผิวกายที่ขาวเนียน ผ่องผุดผาดเป็นประกาย ที่เผยโฉมออกมาอวดนั้น แสดงให้เห็นทรวงอกที่ได้รูปตูมตั้ง หน้าท้องที่ขาวผ่องเรียบเนียนนุ่มไร้ริ้วรอยตำหนิแม้แต่น้อยนิด ไล่ไปจนถึงหน้าท้องที่หนุนอยู่กับเนินนูนที่ปกคลุมกางกั้นอยู่ด้วยผ้าเนื้อ บางเบาเท่านั้น ทำให้มือสั่นเทาของชายหนุ่มต้องเลื่อนไปเกาะกุมท่อนเนื้อที่กำลังแข็งได้ที่ ของตนเองอย่างลืมตัว ด้วยความเสียวกระสันที่ถูกดาวจุดประกายอยู่ก่อนหน้า ทำให้มือของมากอดที่จะขยำคลึงไปตามท่อนเอ็นของตัวเองไม่ได้ด้วยอารมณ์อัน พลุ่งพล่าน ดวงตาเถลือกถลน อ้าปากค้าง น้ำลายสอ ซึมอยู่ตรงมุมปาก

ดาวตอนนั้นครุ่นคิดอย่างรวดเร็ว หันมายังมากแลเห็นอากัปกิริยาของอีกฝ่าย ก็ฉีกยิ้มออกมาอย่างหวานเชื่อม เดินเข้าไปกระตุกแขนของชายหนุ่ม กระซิบเสียงหวาน มือข้างหนึ่งปัดมือของมากออกไป แล้วเกาะกุมท่อนเอ็นที่กำลังแข็งปั๋งกระตุกดึ้บๆ เอาไว้เอง

"ให้ดาวช่วยนะคะ..."

มากใบหน้าแดง ลมหายใจหอบกระเส่า ถูกดาวเดินจูงพาเข้าไปในห้องน้ำอย่างลืมตัว

เด็กสาวยิ้มยวนยั่ว คุกเข่าลงตรงหน้าชายหนุ่ม ขณะที่มากยืนตัวอ่อน ตาปรืออย่างมีความสุข ใช้มือรูดซิปกางเกง ลนลานควักท่อนเอ็นยาวของตัวเองออกมา

พอหัวถอกที่บานคล้ำ เอ่อชุ่มไปด้วยน้ำเงี่ยนของมากกระเด้งออกมา นิ้วมืออันนุ่มนิ่มของดาวก็คว้าเข้าถอกขึ้นๆ ลงๆ อย่างเบามือ ริมฝากอิ่มแดงสดก็บรรจงแตะจูบไปรอบๆ หัวถอกบานนั้นอย่างรู้งาน สร้างความกระสันซ่านให้แก่เจ้าของหนุ่มจนยืนตัวงอบิดไปบิดมาด้วยความเสียว ซ่าน ส่งเสียงครางอู้ออกมาอย่างสุดเสียว

"อาาาาาาาาา....อูยยยยยยยยยยยยย....น้องดาวจ๋า.....พี่มากเสียวววววววววว..."

เด็กสาวหัวเราะคิกคัก มือนุ่มถอกท่อนลำอวบในมืออย่างรวดเร็ว ช่องปากที่อบอุ่นก็อ้าออกโอบรอบหัวถอกบานนั้น อมอาวุธประจำตัวของชายหนุ่มเข้าไปใน ใช้ศิลปะการดูดที่จัดเจน ทั้งลิ้น ทั้งกระพุ้งแก้ม ช่วยกันเสียดสี ดุนไล้ บดเบียดสร้างความหฤหรรษ์ให้แก่มากจนตัวกระตุกส่าย ครางครวญเสียงกระเส่าไม่ขาดปาก

"อาาาาาา....อาาาาาา...ซีดส์.......ซีดส์......อาวววววววว"

เด็กสาวเร่งจังหวะการดูด และถอกท่อนเอ็นนั้นอย่างเร่าร้อน มากส่งเสียงครางครืดๆ ในลำคอไม่หยุด ตัวโอนเอนไปมาอย่างสุดสยิว ขนลุกซ่านไปทั่วตัว และเมื่อความเสียวกระสันถูกปลุกให้ลุกซ่านด้วยฝีปากของดาวที่เชี่ยวชำนาญ มากก็รู้สึกอดรนทนไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว ร่างผอมสูงของเขา สั่นกระตุกอัดสะโพกกระแทกตอบการดูดของเด็กสาวอย่างเสียวซ่านรัญจวนใจ สองมือตะครุบไปที่ศีรษะของดาว แอ่นตัวถี่ถี่ ส่งเสียงร้องออกมาสุดๆ

"อาาาาาาาาาาาาววววววววววว....."

พร้อมๆ กับระเบิดน้ำกามขาวขุ่นทะลักทะลายเข้าไปช่องปากของดาว ซึ่งยังคงใช้ลิ้นกวาดไล้ ดูดดื่มลำท่อนเอ็นนั้นราวกับดูดไอติม กลืนกินน้ำกามที่ไหลพรั่งพรูออกมานั้นเข้าไปตามลำคออย่างเร่าร้อน

มากหอบหายใจออกมาอย่างเหน็ดเหนื่อย เหงื่อกาฬไหลแตกพลั่กๆ ถึงแม้จะอยู่ในห้องปรับอากาศอันเย็นยะเยียบ สีหน้าอิดโรยนั้นเปี่ยมไปด้วยความสุดหฤหรรษ์ ยิ้มออกมาอย่างหวานชื่น ดวงตาหรี่ปรือจ้องไปยังใบหน้างดงามของดาวที่กำลังแหงนดูตอบ

"ดาวจ๋า...เก่งจัง.."

มากส่งเสียงครางครวญด้วยความอิ่มเอมเปรมใจ แต่ทว่าทันใดนั้นเองร่างสูงของเขาก็สะท้านเฮือก ส่งเสียงแผดร้องออกมาสุดเสียงด้วยความเจ็บปวดแทนที่ เมื่อท่อนเอ็นที่กำลังฝ่อตัวถูกดาวใช้ปากกัดลงไปเต็มแรง!!!

"อ๊าาาาาาาาาากกกกกก..........."

เสียงแผดร้องของชายหนุ่มดังลั่นห้อง ร่างสูงนั้นงองุ้มลงด้วยความเจ็บปวดรวดร้าว เด็กสาวฉวยโอกาสลุกขึ้นประเคนเข่ากระแทกเข้าไปที่ลิ้นปี่ของมากสุดแรง กระทุ้งลูกน้องของนักการเมืองรุ่นเก๋าจนทรุดฮวบล้มคว่ำลงไปกับพื้น จุกเสียดแน่นท้อง จนกระทั่งเสียงร้องออกมาก็แหบแห้ง ดวงตาเหลือกลานมองจ้องไปยังเด็กสาวที่ยืนตรงหน้าอย่างไม่อยากเชื่อสายตาตน เอง

ดาวตามติดเข้าไปใช้ มือจับศีรษะของอีกฝ่ายกระแทกไปที่พื้นห้องน้ำเต็มแรง กึก กึก หลายทีติดต่อกัน จนกระทั่งชายหนุ่มก็ตาเหลือกค้างสงบแน่นิ่งไม่ไหวติง คราบเลือดแผ่ซ่านออกมาเจิ่งนองพื้นจนแดงฉาน

เด็กสาวหลับตาลงด้วยความพรั่นใจ พยายามสะกดอารมณ์ที่พลุ่งพล่านขึ้นมาแล้วก็รีบลุกขึ้นไปใช้น้ำบ้วนปาก ล้างคราบคาวของน้ำเมือกที่คุ้งอยู่ในปากอย่างลวกๆ ก่อนจะรีบวิ่งออกไปจากห้องน้ำทันที

................................

ชูชาติกดตัดสายโทรศัพท์ไปเนิ่นนานแล้ว นักการเมืองรุ่นเก๋าก็ยังคงนั่งนิ่งสงบอยู่ มีแค่ดวงตาที่สาดประกายวูบวาบ ลมหายใจที่เร่งร้อนกระชั้นถี่ แสดงให้เห็นว่าเขากำลังพยายามใช้ความสามารถแค่ไหนในการระงับอารมณ์ที่กำลัง คุ้มคลั่งอยู่ภายใน

แต่แล้วในที่สุดท่ามกลางความเงียบสงบที่บีบคั้นจิตใจผู้คน นักการเมืองรุ่นผู้ประสพความสูญเสียครั้งใหญ่ ก็ส่งเสียงกระด้างเหี้ยม

"เป็นไง...นี่คงจะสมใจเธอแล้วกระมัง"

ปาริฉัตรเงยหน้าขึ้นจากการจับจ้องไปยังปลายเท้าตนเอง สายตาประสานกับแววตาของอีกฝ่ายอย่างไม่พรั่น กล่าวเสียงราบเรียบ

"ดิฉันจะสมใจเรื่องอะไรคะ?"

ชูชาติส่งเสียงหัวเราะออกมา แต่หาได้มีอารมณ์ขันเจือปนอยู่แม้แต่น้อยนิด แววตานั้นประดุจมีดร้อยเล่มพันเล่มสาดออกไปเพื่อฟาดฟันสตรีตรงหน้าจนย่อยยับ เป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย

"ฉันรู้จักลูกชายของฉันดี รับรองว่าไม่มีทางเกิดเรื่องทำนองนี้ถ้าไม่มีผู้ที่ยุแยงพวกมัน..."

น้ำเสียงของนักการเมืองรุ่นเก๋าเต็มไปด้วยความคลั่งแค้น ดวงตาโหมประกายร้อนแรง ขณะที่ปาริฉัตรแย้มยิ้มออกมา ริมฝีปากบางงามราวกับกลีบกุหลาบแย้มเยื้อน

"ดิฉันเป็นแค่ผู้หญิงคนหนึ่ง ไม่มีอำนาจ ไม่มีพลัง ไม่มีความสามารถในการต่อสู้ใดๆ ท่านคิดว่าดิฉันจะทำอะไรได้ล่ะคะ?"

ถ้าแววตาของชูชาติเป็นเพลิงไฟขุมหนึ่ง บัดนี้ปาริฉัตรก็คงมอดไหม้เป็นจุลไปในพริบตาแล้ว

ชูชาติตาแข็งกร้าว ถมึงทึงด้วยความคุมแค้น ก่อนที่จะแค่นหัวเราะออกมา ริมฝีปากหนาแย้มยิ้มออกมาอย่างเหี้ยมโหด

"น่านับถือ ที่เธอยังใจเย็นมาตีฝีปากกับฉันได้ แต่ฉันอยากรู้ว่าความโอหัง อวดดีนี้จะอยู่ไปได้กี่น้ำ..."

แววตาอันหมายมาดประการหนึ่งพลุ่งขึ้นมาในดวงตาที่เธอจ้องมองอยู่ ปาริฉัตรรู้สึกสังหรณ์วาบขึ้นในใจ ดวงตาคู่งามนั้นหม่นประกาย ใบหน้าถอดสี.....

แต่ทว่าหญิงสาวพยายามระงับอารมณ์ที่พลุ่งพล่านในใจอย่างสุดชีวิต กล่าวตอบด้วยใบหน้าสงบเรียบ

"ในเมื่อดิฉันยอมกลับมาหาท่าน ก็ไม่กลัวอะไรจะเกิดขึ้นกับตัวดิฉันอยู่แล้ว...."

ชูชาติระเบิดเสียงหัวเราะออกมาอย่างคุ้มคลั่ง ส่งเสียงเยาะเย้ย

"ใช่...เธอเป็นคนใจเด็ดอย่างที่ฉันไม่เคยเห็นมาก่อนจริงๆ และฉันก็แน่ใจว่าเธอคงไม่กลัวอะไรที่จะเกิดขึ้นกับตัวเธอ...แต่ว่า..."

นักการเมืองรุ่นเก๋าหัวเราะ ฮา ฮา ดวงตานั้นสาดประกายวูบ

"เธอคงไม่รู้หรอกกระมังว่าน้องสาวสุดที่รักของเธอ บัดนี้ตกอยู่ในมือของฉัน ณ ที่โรงแรมแห่งนี้แล้ว"

ดวงตาคู่งามของปาริฉัตรทอประกายตระหนกออกมาอย่างสุดระงับ ใบหน้าสวยซึ้งนั้นซีดขาว ริมฝีปากบางงามสั่นระริกด้วยความพรั่นใจ แต่เธอพยายามตอบโต้ออกไปด้วยเสียงที่แหบแห้ง

"ไม่..ไม่จริง...ดิฉันไม่เชื่อ..."

"ฮะๆ แล้วเธอจะได้เห็นกับตา..."

ชูชาติรู้สึกสบอารมณ์อย่างเหลือประมาณเมื่อเห็นอาการทุรนทุรายของสตรีตรง หน้า หันไปทางลูกสมุนที่ยืนอยู่หน้าประตูห้องเป็นสัญญาณ ซึ่งชายฉกรรจ์ในชุดสูทค้อมตัวรับคำสั่งของเขาเดินออกไป
นักการเมืองรุ่นเก๋าหันไปยังปาริฉัตร ซึ่งพอแลเห็นดวงตาคู่งามซึ้งนั้นหล่อรื้นไปดวงหยาดน้ำตา ก็แสยะยิ้มออกมา

"เธอจะได้เป็นพยานกับตาตัวเองถึงโทษทัณฑ์ที่จะฉันจะมอบให้กับเธอผ่านไปยังตัวของน้องสาวคนสวยของเธอ...ฮะ ฮะ ฮะ...."

ปาริฉัตรน้ำตาไหลพรากออกมาอย่างไม่มีปัญญาระงับเอาไว้ได้อีกต่อไป คุณพระช่วย...เธอ..เธอ..จะทนอยู่มีชีวิตต่อไปได้อย่างไร ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นกับน้องสาวอันเป็นสุดที่รักของเธอ!!!

1 ความคิดเห็น:

Arnut กล่าวว่า...

รีบมาต่อเถอะนะคร้าบบบบบ.......